การครอบครองปรปักษ์ในที่สวนต้องใช้ระยะเวลา 10 ปี ตามมาตรา 1382 ไม่ใช่ 1 ปีตามมาตรา 1375
ที่สวนที่ไม่มีโฉนดบุคคลย่อมมีกรรมสิทธิได้ การอ้างการครอบครองปรปักษ์ในที่สวนต้องครอบครองถึง 10 ปี ตามมาตรา 1382 จึงจะได้กรรมสิทธิ มาตรา 1375 เป็นเรื่องเรียกคืนสิทธิครอบครอง ไม่ใช่กรณีที่มีกรรมสิทธิ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ขับไล่จำเลย
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งอ้างว่าซื้อที่สวนจากโจทก์โดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญาและครอบครองมา 3 ปีเศษ ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์กลับให้ขับไล่ จำเลยฎีกา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2492นายเทียม สมนิลโจทก์.นายหา ทองสุขจำเลย. ป.พ.พ. ม. 1375, ม. 1382, ม. 456 ป.ที่ดิน ที่สวนที่ไม่มีโฉนดนั้นบุคคลย่อมมีกรรมสิทธิได้ บุคคลจะอ้างการครอบครองปรปักษ์ในที่สวน จะต้องครอบครองถึง 10 ปี ตามมาตรา 1382 จึงจะได้กรรมสิทธิ. ซื้อที่สวนทำหนังสือกันเอง เจ้าของฟ้องเรียกคืนได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยอาศัยที่ดินมือเปล่าของโจทก์ปลูกบ้านอยู่ บัดนี้โจทก์ขอที่ดินคืน จำเลยไม่ยอมคืน จึงขอให้ขับไล่จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทจำเลยได้ซื้อไว้จากโจทก์ โดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญา จำเลยครอบครองได้ ๓ ปีเศษ ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยซื้อที่พิพาทจากโจทก์ไว้จริง จำเลยได้ครอบครองเป็นกรรมสิทธิมา ๓ ปีแล้ว ย่อมได้สิทธิครอบครอง พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นที่สวนจำเลยครอบครองเพียง ๓ ปีเศษ ไม่ได้กรรมสิทธิ พิพากษากลับ ให้ขับไล่ จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่พิพาทนี้ฟังได้ว่า เป็นที่สวนตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ จำเลยเถียงว่าโจทก์จะต้องฟ้องเรียกคืนภายใน ๑ ปีตามมาตรา ๑๓๗๕ ป.ม.แพ่งฯ เท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ก.ม.ที่อ้างนี้เป็นเรื่องเรียกคืนซึ่งสิทธิครอบครอง แต่ในเรื่องนี้เป็นที่สวน โจทก์มีกรรมสิทธิแล้ว จำเลยจะอ้างการครอบครองเป็นปรปักษ์ ก็ต้องถือ ๑๐ ปี ตามมาตรา ๑๓๘๒ พิพากษายืน(นาถปรีชา-ธรรมบัณฑิต-นนทปัญญา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ