การเช่าที่ดินเพื่อปลูกเรือนให้ผู้อื่นเช่าโดยผู้เช่าไม่ได้อยู่อาศัยเอง และเข้ามาอยู่ภายหลังเมื่อใกล้หมดสัญญา หลังจากเจ้าของบอกเลิกสัญญาแล้ว จะได้รับควา
ผู้เช่าที่เช่าที่ดินเพื่อปลูกเรือนให้ผู้อื่นเช่าเก็บผลประโยชน์มาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การอยู่อาศัยอันควรได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489 และการที่ผู้เช่าเข้ามาอยู่ในเรือนภายหลังเมื่อใกล้หมดสัญญาเช่าและหลังจากเจ้าของบอกเลิกสัญญาแล้ว ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ไม่ได
จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489 ทั้งสองหลัง พิพากษาแก้ให้จำเลยรื้อถอนเรือนเลขที่ 77/2 ออกจากที่ดินของโจทก์ด้วย
จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ปลูกเรือนสองหลังแล้วให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัยตลอดมา โดยจำเลยไม่ได้เข้าอยู่อาศัยเอง ต่อมาเมื่อสัญญาเช่าใกล้หมดอายุประมาณ 5 เดือน และหลังจากโจทก์แจ้งว่าจะไม่ต่อสัญญาเพราะต้องการเข้าอยู่เอง จำเลยจึงเข้าไปอยู่อาศัยในเรือนหลังหนึ่ง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2505คุณหญิงอนุบาลดิตถกรรม (เติม ณ ป้อมเพ็ชร์) โดยนางพิสิฐสุขุมการ(ประยงค์สุขุม) ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นางสงัด วิรยศิริจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.พ.พ. ม. 5จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ปลูกเรือนแล้วให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัยในเรือนนั้นตลอดมา โดยจำเลยไม่ได้เข้าอยู่อาศัยเอง ก่อนครบกำหนดสัญญาเช่าราว 5 เดือนจำเลยจึงได้เข้าไปอยู่อาศัยในเรือนหลังนั้น แต่เป็นเวลาภายหลังที่โจทก์ได้แจ้งความประสงค์ให้จำเลยทราบแล้วว่าจะไม่ต่อสัญญาเช่าให้ เพราะโจทก์ตั้งใจจะเข้าอยู่ในที่ดินนั้นเอง ดังนี้ แม้ในสัญญาเช่าจะมีข้อความว่า "เช่าอยู่อาศัยหรือปลูกบ้านให้ผู้อื่นเช่า" ก็ตาม ย่อมเห็นได้ว่าความจริงจำเลยได้เช่าที่ดินปลูกเรือนให้ผู้อื่นเช่าเพื่อเก็บผลประโยชน์มาตั้งแต่ต้น จึงไม่เป็นการอยู่อาศัยอันควร ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ ทั้งพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวเห็นได้ว่าจำเลยมิได้ใช้สิทธิโดยสุจริตตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ นั้นด้วยข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยปลูกเรือนหมายเลขที่ ๑๓๔ ในพ.ศ. ๒๔๙๓ และต่อมา พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้ปลูกเรือนหมายเลขที่ ๗๗/๒ อีก ๑ หลังลงในที่เช่า จำเลยได้เสียค่าเช่าที่ดินให้แก่โจทก์ตลอดมาโดยไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่า ต่อมาในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๔๙๘ โจทก์ได้หย่าขาดกับสามีที่ดินที่เช่าตกเป็นส่วนได้แก่โจทก์ จำเลยจึงได้ทำสัญญาเช่าให้โจทก์ไว้ในวันเดียวกันนั้น มีกำหนดเวลาเช่า ๓ ปี และตามสัญญาเช่าข้อ ๑ มีข้อความว่า "เช่าอยู่อาศัยหรือปลูกบ้านให้ผู้อื่นเช่า" แต่ขณะทำสัญญาเช่าฉบับนี้ จำเลยได้ให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัยในเรือนสองหลังนี้ตลอดมาอยู่ก่อนแล้ว โดยจำเลยมิได้เข้าอยู่อาศัยต่อมา