ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2493

ประเด็นกฎหมาย

อุทธรณ์ที่กล่าวถึงประเด็นที่ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัย และจำเลยมิได้อุทธรณ์ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้ว ถือว่าไม่เป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัย

หลักกฎหมาย

อุทธรณ์ต้องเป็นประเด็นที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยแล้ว และคู่ความที่แพ้คดีต้องอุทธรณ์ในประเด็นนั้น มิฉะนั้นจะถือว่าไม่เป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัย

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เช่าบ้านของจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินและบ้านให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 บอกเลิกการเช่าและฟ้องขับไล่โจทก์แต่ศาลยกฟ้อง ต่อมาจำเลยที่ 2 โอนขายเฉพาะที่ดินแก่จำเลยที่ 1 แล้วจำเลยทำยอมความกันต่อศาลว่าจำเลยที่ 2 จะรื้อเรือนไปภายใน 15 วัน จำเลยที่ 2 บังคับให้โจทก์ออกจากบ้านโดยอ้างว่าถูกศาลบัง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2493นางชม พาทีทินโจทก์นายขิง เจริญลาภ ที่1, นางเพ่ง ชพานนท์ ที่2ล พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.วิ.พ. ม. 225, ม. 246, ม. 142โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าจำเลยสมยอมกันขายบ้านที่โจทก์เช่าอยู่แล้วยอมความกัน ให้จำเลยอีกคนหนึ่งรื้อบ้านไปจึงขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาซื้อขายสัญญายอมความ และห้ามจำเลยรบกวนขัดขวางรอนสิทธิโจทก์ในการอยู่ในบ้านนี้ ศาลชั้นต้นตัดสินว่าโจทก์ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยสมยอมกันหรือไม่ จึงพิพากษาห้ามจำเลยขัดขวางรบกวนสิทธิของโจทก์ในการเช่าบ้านหลังนี้ ดังนี้ สำหรับข้อที่โจทก์ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ ซึ่งศาลชั้นต้นยกขึ้นขี้ขาดให้จำเลยแพ้คดีจำเลยหาได้อุทธรณ์ไม่ จำเลยกลับไปอุทธรณ์ว่าจำเลยทำการโดยสุจริตไม่ได้สมยอมกัน อันเป็นประเด็นที่ศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัย ดังนี้ ถือว่าอุทธรณ์ของจำเลยไม่เป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าบ้านของจำเลยที่ ๑ อยู่จำเลยที่ ๑ จะขึ้นค่าเช่าโจทก์ไม่ยอมต่อมาจำเลยที่ ๑ โอนขายที่ดินและบ้านนี้ให้จำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ บอกเลิกการเช่ากับโจทก์และฟ้องขับไล่โจทก์ ศาลยกฟ้องจำเลยที่ ๒ แกล้งเพทุบายไม่รับค่าเช่าจากโจทก์ และฟ้องขับไล่โจทก์อีก แต่ถูกศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ ๒ จึงโอนขายฉะเพาะที่ดินแก่จำเลยที่ ๑ แล้วจำเลยทำยอมความกันต่อศาลว่า จำเลยที่ ๒ จะรื้อเรือนไปภายใน ๑๕ วัน แล้วจำเลยที่ ๒ บังคับให้โจทก์ออกจากบ้านนี้ โดยอ้างว่าถูกศาลบังคับให้รื้อถอน จึงขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการซื้อขายและสัญญายอมความระหว่างจำเลยและห้ามจำเลยรบกวนขัดขวางสิทธิของโจทก์ใน การที่จะอยู่อาศัยในบ้านเช่ารายนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์ได้