ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1124/2495นางกี เทพเทียนไชยโจทก์นายโฉย เทพเทียนไชยจำเลย พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ป.พ.พ. ม. 1467.แม้เป็นสามีภริยากันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว ก็ดีฝ่ายที่ไม่มีชื่อในโฉนดที่ดินอันเป็นสินสมรส ก็ย่อมมีสิทธิขอให้ลงชื่อร่วมกันในโฉนดที่ดินได้ ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1467คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันเกิดบุตรด้วยกัน ๕ คน โจทก์มีสินเดิม เกิดที่ดินเป็นสินสมรสรวม ๖ แปลง แต่ลงชื่อจำเลยในโฉนดคนเดียว โจทก์ขอลงชื่อเป็นเจ้าของร่วมด้วย จำเลยไม่ยอม จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยปฏิเสธว่า ไม่ใช่สินสมรส ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงชื่อโจทก์ในโฉนดที่ดินตามที่โจทก์ฟ้องร่วมกับจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องที่ดินสมรสระหว่างสามีภริยาอันมีโฉนดแล้ว มีมาตรา ๑๔๖๗ ป.ม.แพ่งฯบัญญัติไว้ว่า "ถ้าทรัพย์สินใด ซึ่งรวมอยู่ในสินสมรส เป็นจำพวกที่ระบุไว้ในมาตรา ๔๕๖ แห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือที่มีเอกสารเป็นสำคัญสามีหรือภริยาจะร้องขอให้ลงชื่อตนเป็นเจ้าของร่วมกันในเอกสารนั้น ก็ได้" คดีนี้ ที่ดิน ๖ โฉนดที่โจทก์ฟ้อง เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์จำเลยเป็นจำพวกทรัพย์สินที่ระบุไว้ในมาตรา ๔๕๖ จึงต้องบังคับตามมาตรา ๑๔๖๗ แม้โจทก์จำเลยจะเป็นสามีภริยากันมาก่อนใช้ ป.ม.แพ่งฯบรรพ ๕ ว่าด้วยครอบครัวก็ดี โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้ลงชื่อโจทก์เป็นเจ้าของร่วมในโฉนดที่ดินได้ ดังมีคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๘๕/๒๔๙๒ เป็นแบบอย่างอยู่แล้ว จึงพิพากษายืน(นนทประชา-จำรูญเนติศาสตร์-ทรงนิติกรณ์)ศาลจังหวัดราชบุรี - หลวงบรรหารพินิจฉัยกิจศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตรแหล่งที