ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2495

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1179/2495นายรามจันทร์ สุกุล โดยนายบูไช สุกุล ผู้รับมอบอำนาจโจทก์กองมรดกนายสุนทร ธีระเวช (โดยนายประพันธ์ธีระเวชบุตรผู้รับมรดกและจำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ป.พ.พ. ม. 38, ม. 1469. ป.วิ.พ. ม. 57, ม. 56, ม. 55, ม. 57, ม. 56, ม. 55ทรัพย์ที่ผู้ล้มละลายโอนไปยังผู้อื่นแล้ว ก่อนล้มละลายนั้นว่าโดยปรกติย่อมยึดไม่ได้ เว้นแต่จะมีการทำลายการโอนนั้นเสียก่อน อำนาจที่จะขอทำลายการโอนนั้นเป็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หาใช่ของโจทก์ในคดีล้มละลายไม่ ฉะนั้นเมื่อมีผู้ร้อง ร้องขอให้ถอนการยึดทรัพย์ในคดีล้มละลายบางสิ่ง โดยอ้างว่าได้รับโอนมาจากผู้ล้มละลายโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาแล้วเห็นสมควร จึงสั่งให้ถอนการยึด ดังนี้ โจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ย่อมไม่มีผล หญิงมีสามีย่อมเป็นผู้ไร้ความสามารถแต่เฉพาะในกรณีที่จะผูกพันสินบริคณห์เท่านั้น ส่วนในแง่ผูกพันสินส่วนตัว หาได้เป็นบุคคลผู้ไร้ความสามารถไม่ จึงจะถือว่าหญิงมีสามีเป็ผู้ไร้ความสามารถ จะฟ้องคดีต้องได้รับอนุญาตจากสามีตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 56 ยังมิได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีต้องตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1469 หรือมาตราอื่น ๆ ที่ห้ามไว้ โดยเฉพาะถ้าหากมีเท่านั้นโจทก์ฟ้องขอให้กองมรดกของนายสุนทร โดยนายประพันธ์ผู้เป็นบุตรและผู้รับมรดกให้ล้มละลาย ศาลแพ่งได้สั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว นางส้มจีนได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ทรัพย์ที่ยึดไว้ตามบัญชีลง วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๔๙๑ เป็นทรัพย์ที่ผู้ร้องได้รับโอนมาจากนายประพันธ์ โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ถอนการยึด โจทก์อุทธรณ์ต่อศาล