ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834/2485
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834/2485นางชิต คะเชสะนันท์ หรือเปี่ยมสุวรรน์โดยส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมเด็กชายชิมน, เด็กชายโทนี, เด็กหญิงแฟนนิ บุตรโจทก์นายวอลเทอร์ เกิ๊ตเจ่จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ.2481 ม. 20, ม. 38, ม. 8. ป.พ.พ. ม. 1720, ม. 1748, ม. 1754 พ.ร.บ.ว่าด้วยการแต่งงานคนต่างประเทศ ร.ศ.116 คนบังคับเดนมาร์คแต่งงานกับหญิงไทย ตามกฎหมายไทยย่อมเป็นสามีภริยากันโดยถูกต้อง. มรดกซึ่งเป็นสังหาริมทรัพย์ต้องเป็นไปตามภูมิลำเนาของเจ้ามรดก. ผู้จัดการมรดกมีฐานะเป็นตัวแทนทายาททุกคน จึงยกอายุความเสียสิทธิมาใช้ยันแก่ทายาทมิได้. ทายาทเข้าครอบครองมรดกภายใน 1 ปีแต่วันเจ้ามรดกตายและสงวนไว้เป็นของกลางร่วมกันโดยยังไม่ได้แบ่งปันกัน ย่อมฟ้องขอแบ่งเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีได้โจทก์ฟ้องว่านายทีโอดอร์ อามันดัสเกิ๊ตเจสามีโจทก์วายชนม์เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๔๗๘ มีทรัพย์ซึ่งเป็นสมรสอยู่รวม ๗๔๐๐ บาท ๘๘ สตางค์ ขอให้จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกแบ่งให้โจทก์ในภาคภริยาและบุตร จำเลยให้การว่าผู้ตายเป็นชาติเดนมาร์ค โจทก์มิได้เป็นภริยาโดยชอบเพราะไม่มีการแต่งงานที่ถูกต้องตามกฎหมายเดนมาร์ค จึงไม่มีสิทธิรับมรดก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และบุตรได้รับส่วนแบ่งมรดกตามส่วน. ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์กับผู้วายชนม์เป็นสามีภริยากันโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพราะได้แต่งงานกันในประเทศไทยและตามกฎหมายไทย มรดกรายนี้เป็นสังหาริมทรัพย์จึงต้องเป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของเจ้ามรดก ผู้วายขนม์อยู่ในประเทศไทยตลอดมา แต่ได้ไปประเทศเดนมาร์คเพื่อรักษาโรคความดันแห่งโลหิตและถึงแก่กรรมที่ประเทศเดนมาร์ค แต่มีบุตรและภริยากับทรัพย์สมบัติเป็นอันมากอยู่ในประเทศทั้งได้เตรียมหีบบรรจุศพและอุโมงค์ฝ