ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2509

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2509นายคลัง แซ่โหล่ยหรืออารยะเพ็ชร์วงศ์โจทก์นางคูณ คงโคกแฝกล.นายแรม หอพิกลางผู้ร้อง กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ป.พ.พ. ม. 1375, ม. 456ที่พิพาทเป็นที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 มาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4 แม้ผู้ร้องจะได้ซื้อที่พิพาทไว้จากจำเลย แต่ก็มิได้จดทะเบียนการซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่พิพาทจึงยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยอยู่ โจทก์ย่อมมีสิทธินำยึดที่พิพาทนี้จากจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ จะนำบทบัญญัติเรื่องการครอบครองที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1375 มาใช้บังคับไม่ได้ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าโจทก์ได้นำยึดที่ดินของผู้ร้องซึ่งผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย ที่แปลงนี้ไม่มีหนังสือสำคัญ ผู้ร้องได้ครอบครองมาโดยสงบและเปิดเผยนานกว่า ๑ ปีแล้ว จึงได้สิทธิครอบครองขอให้ศาลสั่งถอนการยึด โจทก์ต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ผู้ร้องกับจำเลยสมคบกันฉ้อโกงโจทก์มิได้ซื้อขายกันจริง การซื้อขายระหว่างผู้ร้องกับจำเลยมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ยันโจทก์ไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นที่ไม่มีหนังสือสำคัญ ผู้ร้องได้ทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยและได้ครอบครองมากว่า ๑ ปีแล้ว จึงได้สิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ ให้ปล่อยทรัพย์พิพาทจากการยึดทรัพย์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่พิพาทเป็นที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ ๔๒ แม้จำเลยจะได้ทำสัญญาขายให้ผู้ร้องครอบครองมาเกิน ๑ ปีแล้วก็ตาม เมื่อมิได้จดทะเบียนการซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สวนพิพาทจึงยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธินำยึดทรัพย์ได้ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ผู