ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2492อัยยการนครปฐมโจทก์นายไท้คุน แซ่อึ้งล. พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 60, ม. 11ความผิดฐานพยายามที่ได้บัญญัติไว้ในภาค 1 แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญา ย่อมนำมาใช้ใน พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าวได้ ปรากฎตามคำพะยานโจทก์ว่า จำเลยซื้อข้าวในอำเภอบางเลนเพียงเกวียนเดียว อีก 25 เกวียนจำเลยแสดงไม่ได้ว่าซื้อมาจากที่ใด แต่ปรากฎว่าเจ้าพนักงานจับข้าวทั้ง 26 เกวียนได้ในอำเภอบางเลน กำลังจะเอาออกนอกเขตต์อำเภอบางเลน การที่ศาลพิพากษาว่า จำเลยนำข้าว 26 เกวียนออกนอกเขตต์ จึงไม่ใช่การวินิจฉัยคำพะยานหลักฐานนอกสำนวน จำเลยนำข้าวออกนอกเขตต์อีก 8 เส้นจะพ้นเขตต์อำเภอบางเลน ถ้าหากเจ้าพนักงานไม่จับจำเลยได้เสียก่อน จำเลยก็นำข้าวออกไปได้สำเร็จการกระทำของจำเลยผ่านคั่นตระเตรียมการเข้าคั่นพยายามแล้ว.โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบังอาจลักลอบนำข้าวเปลือก รวม ๒๖ เกวียนบรรทุกเรือขนย้ายออกจากเขตต์อำเภอบางเลนอันเป็นเขตต์สำรวจและห้ามขนย้ายข้าวเพื่อนำเข้าไปในเขตต์อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี โดยมิได้รับอนุญาต แต่ได้ถูกจับเสียก่อนที่จะพ้นเขตต์จังหวัดนครปฐม ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้ว่า เป็นการขนย้ายข้าวในจังหวัดเดียวกัน และมีหนังสืออนุญาตของกรมการอำเภอให้ทำการขนย้ายข้าวด้วย ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยขนย้ายข้าว ๑ เกวียนออกนอกเขตต์กักกัน พิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว ๒๔๘๙ มาตรา ๑๐,๑๓ ทวิ ประกอบกับกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๖๐ ให้ปรับ ๖๐๐ บาท ริบข้าวเปลือก ๑ เกวียน ยกข้อหาข้อริบเรือ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยพยายามนำข้าวออกนอกเขตต์ ๒๖ เกวียนตามฟ้อง ให้จำคุก ๖ เดือน ปรับ ๒๐๐๐ บาท กับริบข้าวและเรือของกลาง จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิ