ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2492

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 637/2492พนักงานอัยยการจังหวัดพังงาโจทก์นายนิยม กล้าสมุทร ที่ 1, นายดุก เก็บทรัพย์ ที่ 2ล. พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 ม. 10, ม. 13. พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 ฟ้องโจทก์หาว่า จำเลยตั้งใจขนย้ายข้าวภายในเขตต์จังหวัดเดียวกัน โดยขนย้ายไปทางทะเลนั้น ดังนี้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดตามมาตรา 10,13 พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว ซึ่งเอาผิดแก่ผู้ขนย้ายข้าวออกนอกเขตต์ ซึ่งคณะกรรมการประกาศกำหนดคดีก็ไม่มีทางลงโทษจำเลยได้ คดีหาว่า จำเลยขนย้ายข้าวทางทะเล อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศของคณะกรมการจังหวัด ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคนั้น เมื่อพะยานหลักฐานฝ่ายโจทก์มิได้แสดงว่าจำเลยได้ทราบหรือควรได้ทราบประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว คดีก็ลงโทษจำเลยไม่ได้.โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบังอาจสมคบกันขนย้ายข้าวจากอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ไปยังกิ่งอำเภอเกาะยาว อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา โดยขนย้ายทางทะเล เป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะกรมการจังหวัด ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค และประกาศของคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกัข้าว แต่มีเหตุสุดวิสัยมาขัดขวาง โดยเจ้าพนักงานจับจำเลยและข้าวได้เสียก่อน ขอให้ลงโทษและริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ข้าวที่จับได้ ซื้อจากอำเภอทับปุด เพื่อเอาไปกิน ที่มีจำนวนมากเพราะญาติพี่น้องฝากไปซื้อด้วยทั้งนี้ทางเกาะที่อยู่อดข้าว แต่ภายหลังจำเลยขอสืบพะยาน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง , ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์ปรากฎว่าจำเลยตั้งใจขนย้ายภายในเขตต์จังหวัดเดียวกัน เป็นแต่ขนย้ายไปทางทะเล ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อการขนย้ายของจำเลยมิได้เป็นการขนย