ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2492

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2492นางสาวประยงค์ หงส์สกุลโจทก์นายมาน หวังเจริญล. ป.ที่ดิน ป.วิ.พ. ม. 145. ป.พ.พ. ม. 1336, ม. 1382.โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ของโจทก์ ในวันชี้สองสถานทนายโจทก์จำเลยรับกันว่าที่พิพาทนี้แปลงเดียวกับที่นายฮงเฮงเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้ซึ่งอยู่ในระหว่างฎีกา ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ในคดีนี้เป็นผู้ชนะคดี โดยฟังว่าโจทก์ในคดีนี้เป็นเจ้าของที่ดินรายพิพาท ในวันสืบพะยาน จำเลยรับว่านายฮงเฮงในคดีโน้นเป็นนายฮงเฮงที่จำเลยว่าเช่าที่ดินในคดีนี้มา และคำเบิกความของนายมานะพะยานโจทก์ในคดีโน้น ก็คือตัวจำเลยในคดีนี้ ซึ่งจำเลยเบิกความในคดีโน้นก็รับว่าได้เช่าที่ดินรายนี้จากโจทก์ ดังนี้ ย่อมเพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยได้เช่าที่ดินรายนี้จากโจทก์ ข้อเถียงกรรมสิทธิของจำเลยย่อมฟังไม่ขึ้น จำเลยครอบครองที่พิพาทมาโดยอาศัยสิทธิการเช่า จะอ้างว่าได้กรรมสิทธิโดยการครอบครองไม่ได้.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่นาแปลงหนึ่ง จำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่นาแปลงนี้ เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน เพื่อใช้เป็นที่ปลูกบ้านและทำสวน จำเลยค้างชำระค่าเช่าและทำให้ที่เช่าเสียหายเป็นการผิดสัญญาเช่า จึงขอให้ขับไล่ จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเดิมเป็นของขุนอนุรักษ์ยกให้จำเลยทำสวน จำเลยครอบครองมา ๒๐ ปีแล้ว ต่อมานางผ่อนรับมฤดกขุนอนุรักษ์ แล้วขายให้นายฮงเฮง โจทก์ในคดีนี้ไม่เคยเข้าเกี่ยวข้อง สัญญาเช่าที่โจทก์นำมาฟ้อง พวกของโจทก์ได้หลอกลวงให้จำเลยทำ เป็นโมฆะ ศาลได้สั่งให้เจ้าพนักงานทำแผนที่พิพาท โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องว่า โจทก์เพิ่งทราบเมื่อเป็นพนักงานไปทำแผนที่พิพาทว่า นอกจากจำเลยผิดสัญญาเช่าแล้ว จำเลยยังอ้างสิทธิครอบครองโต้แย้งกรรมสิทธิของโจทก์ นอกจากบริเวณที่เช่าไปอีกบางส่ว