ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2492

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2492นางริ้ว อาจงานหลวงโจทก์นายปริติ เจริญผลล. พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.วิ.พ. ม. 240.ปัญหาโต้เถียงกันว่า สัญญาเช่าจะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ หรือไม่นั้น เมื่อตามสัญญาเช่าที่รับกัน ปรากฎว่าเช่าเพื่อเป็นที่ไว้ฉะเพาะแต่สินค้าเท่านั้น แต่จำเลยยังเถียงอยู่ว่า จำเลยและบริวารได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย โดยโจทก์รู้เห็นยินยอมมิว่ากล่าวทักท้วงประการใด ซึ่งเป็นประเด็นโต้เถียงกันในข้อเท็จจริง ซึ่งศาลต้องดำเนินการสืบพะยานฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป.โจทก์ฟ้องขอให้ขั่บไล่จำเลย และเรียกค่าเสียหายจำเลยต่อสู้ว่า การเช่าตึกรายนี้ นอกจากใช้ประกอบธุระกิจการค้าแล้ว ยังใช้เป็นที่อยู่อาศัยด้วย ซึ่งได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ จำเลยมีสิทธิเช่าต่อไป วันชี้สองสถานโจทก์จำเลยรับกันว่าสัญญาเช่าที่ส่งศาลเป็นเอกสารแท้จริง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยาน แล้วพิพากษาว่า จำเลยได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหาโต้เถียงในคดีนี้ว่า สัญญาเช่ารายนี้จะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ หรือไม่นั้น ตามสัญญาเช่าที่รับกันปรากฎว่า เช่าเพื่อเป็นที่ไว้ฉะเพาะสินค้าเท่านั้น จำเลยโต้เถียงว่าจำเลยกับบริวารได้ใช้เป็นที่อาศัยอยู่ด้วย โดยโจทก์รู้เห็นยินยอมมิได้ว่ากล่าวทักท้วงประการใด ซึ่งเป็นประเด็นโต้เถียงในข้อเท็จจริง ซึ่งจะต้องการสืบพะยานคู่ความต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน.(นาถปรีชา-ธรรมบัณฑิต-นนทปัญญา)ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวงส์ วีระพงส์ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยนิติศาสตร์โกศลแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพ