ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1855/2505

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1855/2505นายฉ่ำ ผลดีโจทก์นายสง่า จั่นนาค กับพวกรวม 7 คนจำเลย พ.ร.บ.การขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ.115 ประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118 ป.พ.พ. ม. 494เมื่อหลักฐานในสำนวนฟังได้ว่าการจำนำที่ดินพิพาทได้ปฏิบัติต่อกันอย่างขายฝาก คือ ผู้จำนำได้มอบที่พิพาทให้ผู้รับจำนำครอบครองทำกินต่างดอกเบี้ย แม้จะได้ทำสัญญาจำนำไว้ก็ดี (ทำสัญญาจำนำที่ดินมีโฉนด โดยจดทะเบียนไว้ที่หอทะเบียนที่ดิน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2466 โดยมีข้อสัญญาว่าจะชำระดอกเบี้ยให้ชั่งละ 1 บาท 25 สตางค์ ต่อเดือน และยอมให้ผู้รับจำนำถือโฉนดไว้) ก็ต้องถือตามกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติต่อกันมาว่า เป็นจำนำหรือขายฝาก เมื่อพฤติการณ์เป็นขายฝากและไม่ไถ่ใน 10 ปี ที่พิพาทย่อมหลุดเป็นสิทธิแก่ผู้รับจำนำโจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ นายแก่น นางนา เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๓๘ ได้ทำสัญญาจำนำที่ดินโฉนดดังกล่าวไว้กับโจทก์ ในการจำนำนี้ได้ประพฤติต่อกันอย่างขายฝาก คือ ผู้จำนำมอบที่ดินให้โจทก์ครอบครองทำกินต่างดอกเบี้ย นับแต่วันทำสัญญาจำนำจนบัดนี้ได้ ๓๖ ปีแล้ว ยังมิได้ไถ่ถอนผู้จำนำตายไปแล้ว ที่ดินจึงหลุดเป็นสิทธิ์แก่โจทก์แล้ว บัดนี้ จำเลยที่ ๑ กับที่ ๒ ต่างขอรับมรดกของเจ้าของโฉนดที่ดินนี้ และจำเลยนอกนั้นร้องคัดค้าน กับขอเข้าร่วมรับมรดกด้วย โจทก์จึงฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๙๔ (๑) ขอให้สั่งถอนชื่อจำเลยที่ ๑ ผู้รับมรดกของนางนากับถอนชื่อนายแก่นออกจากโฉนด แล้วใส่ชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ผู้จำนำคงครอบครองที่รายนี้อยู่ มิได้มอบการครอบครองทั้งหมดให้โจทก