ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1356/2508

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1356/2508อัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่าโจทก์นายงุ่ยโถ้ ที่ 1 นายเคซุ่ย ที่ 2 นายไซแต้ ที่ 3 นายเซเมา ที่ 4จำเลยอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่าโจทก์นายงุ่ยโถ้จำเลยอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่าโจทก์นายเคซุ่ยจำเลยอัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่าโจทก์ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27 ป.อ. ม. 30, ม. 31 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 ป.วิ.อ. ม. 225จำเลย 4 คนถูกลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ปรับร่วมกันเป็นเงิน 66,789.80 บาท ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 30 ศาลจะสั่งกักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ก็ได้ ดังนั้น เมื่อจำเลย 4 คน ก็ต้องแบ่งการกักขังได้คนละ 6 เดือน ตามนัยฎีกาที่ 535/2493 ที่ศาลชั้นต้นให้กักขังคนละ 1 ปี เป็นผลร้ายแก่จำเลย ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ถูกต้องได้คดี ๕ สำนวนนี้โจทก์แยกฟ้องดังนี้ สำนวนแรก โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง ๔ คน หาว่าร่วมกันนำและพาหูปลาฉลามแห้ง ๒๕ กระสอบ กะเพาะปลากดแห้ง ๑ กระสอบ กะเพาะปลากุเลาแห้ง ๑ กระสอบ รวมราคา ๖,๙๖๕ บาท เป็นของที่ยังไม่ได้เสียภาษีศุลกากร ไม่ได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง เข้ามาในราชอาณาจักรไทย เงินค่าภาษีอากร ๙,๗๓๒.๔๕ บาท เหตุเกิดตำบลบางวัน กิ่งอำเภอเกาะคอเขา จังหวัดพังงา ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร มาตรา ๒๗ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ.๒๔๘๒ มาตรา ๑๖,๑๗ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ.๒๔๙๐ มาตรา ๓ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๑๐ กฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๘) พ.ศ.๒๔๘๐ ริบของกลาง และนับโทษต่อ จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ สำนวนที่ ๒,๓,๔,๕ โจทก์ฟ้องจำเลยแต่ละคนว่า เป็นคนต่างด้าว เชื้อชาติพม่า สัญชาติพม่า เข้ามาในราชอาณาจักรไทย เข้ามาอยู่ที่ตำบลบางวัน กิ่งอำเภอเกาะ