ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2490

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2490อัยยการจังหวัดร้อยเอ็ดโจทก์นายขุน จันเหลืองจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 117 ป.พ.พ. ม. 1367 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 334 (2)ในเรื่องขอให้ลงโทษฐานตัดไม้ประเภทหวงห้ามโจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นว่า ที่ที่ตัดไม้นั้นเป็นที่ป่า ในเรื่องความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานนั้น จำเลยจะต้องรู้ว่า คำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมายและมีเจตนาขัดขืน จึงจะมีความผิดโจทก์ฟ้องว่า จำเลยตัดไม้หวงห้ามในป่า และขัดคำสั่งเจ้าพนักงานที่ให้ออกจากที่หวงห้ามไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๓๓๔ (๒) จำเลยอุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยนำสืบว่า ครอบครองที่รายนี้มา ๑๖ ปีแล้ว โดยบิดามารดาซื้อมานาน ๒๘ ปีแล้ว พะยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่า เป็นที่กว้างว่างเปล่าไม่มีผู้ครอบครองมาก่อน นอกจากว่า กำนันผู้ใหญ่บ้านเคยประกาศ (ตามคำสั่งของนายอำเภอซึ่งให้จัดหาที่สาธารณะ กำนันจัดหาได้แล้ว จึงประกาศเอาเป็นที่สาธารณะ) ด้วยปากให้ราษฎรในหมู่บ้าน๋หนองกุงคัดค้านภายใน ๑ เดือน จำเลยอยู่ในอีกหมู่บ้านหนึ่งอาจไม่ทราบเรื่อง ได้ความเพียงเท่านี้ จะถือว่าจำเลยยอมรับว่าที่นั้นเป็นที่รกร้างว่างเปล่าไม่ได้ พฤติการณ์ที่จำเลยเข้าทำนาแสดงว่า จำเลยต่อสู้สิทธิของตนที่ครอบครองมาก่อนหามีเจตนาขัดขืนคำสั่งซึ่งจำเลยจะควรรู้ว่าชอบด้วยกฎหมายไม่ ทั้งโจทก์สืบไม่ได้ว่า จำเลยตัดไม้หวงห้ามในที่ป่า จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์(ประมูล สุวรรณศร-นาถปรีชา-เลขวณิชธรรมวิทักษ์)ศาลชั้นต้น - นายอำพร คณะเกษมศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจน์พิสุทธิ์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศา