ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2490นายหลี ธรรมประทีปโจทก์นายสอาด บำรุงชาติมารดาผู้ปกครอง ด.ช.ประสาทจำเลย ประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118 ป.พ.พ. ม. 494ทำสัญญาจำนำที่ดินก่อน ป.ม.แพ่งฯ แล้วมอบที่ให้ผู้รับจำนำนั้น ถือว่าเป็นการขายฝาก เมื่อรับว่าได้ทำสัญญาขายฝากแล้ว แม้จะบังคับตามกฎหมายเก่าหรือตาม ป.ม.แพ่งฯ ก็มีอายุความไถ่ไม่เกิน 10 ปี ทำสัญญาขายฝากกันก่อน ป.ม.แพ่งฯ การประกาศใช้ ป.ม.แพ่งฯก็ไม่ทำให้นิติกรรมขายฝากนั้นกลายเป็นจำนำไปได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้เอาที่ดินของโจทก์ทำสัญญาจำนองแก่นายสุขนางเชื้อเป็นเงิน ๖๔๐ บาท เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๔ และได้ให้ผู้รับจำนองเก็บผลประโยชน์ต่างดอกเบี้ยตลอดมาต่อมาผู้รับจำนองวายชนม์ จำเลยเป็นผู้รับมฤดก โจทก์ขอไถ่จำนอง จำเลยไม่ยอมให้ไถ่ ขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีสิทะิ์ฟ้องขอไถ่ถอนการจำนองรายนี้ เพราะสัญญามีกำหนดให้ไถ่ภายใน ๓ ปี ถ้าไม่ไถ่ให้หลุดเป็นสิทธิ์ โจทก์ละเลยไม่ไถ่ภายในกำหนดที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยมากกว่าสิบปี และตัดฟ้องว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ปรับบทเป็นขายฝากตามกฎหมายเก่าตามประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ. ๑๑๘ ข้อ ๖ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า คดีควรบังคับตามลักษณะจำนองตาม ป.ม.แพ่งฯ เพราะภายหลังทำสัญญากันเพียง ๔ ปีเศษ ก็ใช้ ป.ม.แพ่งฯ ซึ่งโจทก์คงมีสิทธิ์ไถ่ถอนได้อยู่ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์รับอยู่แล้วว่า เมื่อทำสัญญาจำนำโจทก์จำเลยได้ปฏิบัติต่อกันอย่างขายฝากคือมอบที่ดินให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย ซึ่งตามกฎหมายเก่าถือว่าเป็นเรื่องขายฝากเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้จะได้ประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งฯ ในภายหลัง ก็หาทำให้สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยที่ปฏิบัติต่อกันกลายเป็นสัญ