ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1317/2481อัยยการนครสวรรค์โจทก์นายอูด อินทโชติจำเลย ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ม. 1382 พ.ร.บ.รักษาป่าไม้ พ.ศ.2456 ม. 3 (2)ผู้ใดตัดฟันไม้ประเภทหวงห้ามในที่ดินซึ่งตนครอบครองมาช้านานแม้จะมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานก็ดี ก็ไม่มีความผิด คำว่า " ป่า " ตาม พ.ร.บ.รักษาป่าหมายถึงที่ดินที่มีสภาพเป็นป่า ที่ดินใดแม้จะยังมิได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ออกโฉนดให้แก่ผู้ใดก็ดี เมื่อที่ดินนั้นเป็นที่ไร่สวนมีผู้ครอบครองยึดถือตลอดมาเช่นนี้ หาเป็นที่ป่าตามความใน พ.ร.บ.นั้นไม่จำเลยตัดต้นยางในไร่ของจำเลยซึ่งลุงจำเลยปกครองมาแล้ว ๑๐ ปี จึงให้จำเลยปกครองต่อมาอีก ๑๐ ปี ที่รายนี้ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่อย่างใด โจทก์ฟ้องหาว่าตัดไม้ประเภทหวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาต ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้โจทก์เองรับว่าจำเลยตัดไม้ในไร่ของจำเลย เมื่อเช่นนี้ต้องถือว่าทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่าจำเลยตัดฟันไม้หวงห้ามดังฟ้อง ที่ว่าที่ไร่สวนของจำเลยไม่มีโฉนดต้องถือว่าเป็นป่านั้น คำว่า " ป่า " ตาม พ.ร.บ.รักษาป่า ม.๓ ข้อ ๒ นั้น หมายถึงที่ดินที่มีสภาพเป็นป่า ส่วนที่ไร่สวนซึ่งจำเลยถือกรรมสิทธิครอบครองมาตามสภาพไม่ใช่ป่า ฉะนั้นโจทก์จะยกบทวิเคราะห์ศัพท์ตามมาตรานั้นมาใช้อธิบายถึงที่รายนี้ซึ่งตามสภาพไม่ใช่ป่าหาได้ไม่ เมื่อวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้ตัดฟันไม้ในป่าแล้ว จำเลยก็ไม่มีความผิดจึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ให้ยกฟ้องโจทก์(วิเศษ-อมาตย์-มนูภันย์วิมลสาร)ศาลชั้นต้น - นายเจิม ภูวปัจฉิมศาลอุทธรณ์ - พระ+บัณฑิตฯแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ