ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2486อัยการร้อยเอ็ดโจทก์นายพวง หานะวงส์จำเลย พ.ร.บ.ลักษณะฆ่าโค กระบือและสุกรตามหัวเมือง ร.ศ.119 ม. 18, ม. 20. ประกาศบำเหน็ดนำจับ ป.วิ.อ. ม. 186 (9), ม. 249, ม. 15. ป.วิ.พ. ม. 172คำขอไห้ไช้เงินบำเหน็ดนำจับเปนคำขอทางแพ่ง ซึ่งต้องมีคำขอบังคับ เมื่อโจทไม่มีคำขอบังคับไห้จำเลยไช้เงินบำเหน็ดนำจับ สาลก็ไม่ตัดสินไห้ อ้างดีกาที่ 375/2486โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยตาม พ.ร.บ.ลักสนะค่าโคกะบือและสุกร+หัวเมือง ร.ส. ๑๑๙ ม.๑๘,๒๐ และประกาสไห้เงินบำเหน็ดรางวัลแก่ผู้นำจับ สก ๑๒๑. จำเลยไห้การรับสารภาพตามข้อหาเรื่องสินบนนำจับไม่คัดค้าน สาลชั้นต้นพิจารนาแล้วพิพากสาว่าจำเลยผิดถานค่าโคโดยไม่ได้รับอนุญาตพิพากสาปรับจำเลย ๔๐ บาท โจทอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสาแก้ไห้ลงโทสจำเลยถานขายเนื้อโคไม่ได้รับอนุญาตอีกกะทงหนึ่ง แต่คงปรับจำเลย ๔๐ บาท ส่วนค่าสินบนนำจับไห้ยก โจทดีกาว่า การขอไห้สาลพิพากสาไห้จำเลยไช้เงินค่านำจับไม่จำเปนต้องกล่าวลงไปว่าขอไห้สาลบังคับไห้จำเลยไช้ค่านำจับเมื่อโจทกอ้างกดหมายซึ่งมีความไห้สาลบังคับไห้จำเลยไช้เงินค่านำจับ ก็เปนการเพียงพอแล้ว เพราะไม่มีกดหมายไดบังคับไห้โจทกล่าวข้อความเช่นนี้ สาลดีกาเห็นว่าการบังคับไห้จำเลยไช้ค่าทดแทนดังเช่นเงินบำเหน็ดนำจับนี้ ตาม ป.ว.พ.มาตรา ๒๔๙ ไห้บังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.ว.พ.คำขอไห้ไช้เงินบำเหน็ดนำจับจึงเปนคำขอไนทางแพ่ง ป.ว.พ.มาตรา ๑๗๒ บังคับว่า คำฟ้องแพ่งต้องมีคำขอบังคับ คดีนี้โจทไม่มีคำขอบังคับไห้จำเลยไช้เงินบำเหน็ดนำจับ สาลไม่ตัดสินไห้จำเลยไช้เงินบำเหน็ดนำจับเปนการชอบแล้ว จึงพิพากสายืนตาม.(ประมูล สุวรรณศร-เคลื่อน อิสรภักดี-เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลข