ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1440/2493

ประเด็นกฎหมาย

อัยการผู้ช่วยมีอำนาจลงนามเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา และจำเลยมีสิทธิฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ประทับฟ้อง

หลักกฎหมาย

อัยการผู้ช่วยเป็นพนักงานอัยการตาม พ.ร.บ.อัยการ 2478 มาตรา 11 จึงมีอำนาจลงนามเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาได้ตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 28(1) ประกอบ พ.ร.บ.อัยการ 2478 มาตรา 19(1) และคดีที่อัยการเป็นโจทก์ เมื่อยื่นฟ้องถือว่าผู้ถูกฟ้องตกเป็นจำเลยทันทีตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 2(3) และ 165 วรรคต้น ทำให้จำเลยมีสิทธิฎีกาคำ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

พนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีอาญา โดยอัยการผู้ช่วยลงนามเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่ประทับฟ้องเพราะเห็นว่าอัยการผู้ช่วยไม่มีอำนาจ ศาลอุทธรณ์สั่งให้ประทับฟ้อง จำเลยฎีกา

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1440/2493อัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอดโจทก์นายหล่าย อินหลวงล. พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2478 อัยการผู้ช่วยก็มีอำนาจลงนามเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาได้ เพราะอัยการผู้ช่วยก็เป็นพนักงานอัยการ (พ.ร.บ.อัยการ 2478 มาตรา 11) จึงอาจเป็นโจทก์ในคดีอาญาได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 28(1) ประกอบกับ พ.ร.บ.อัยการ 2478 มาตรา 19(1) ศาลชั้นต้นสั่งไม่ประทับฟ้องที่อัยการเป็นโจทก์ โดยเห็นว่าผู้ลงนามเป็นโจทก์นั้นไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ ศาลอุทธรณ์ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปนั้น จำเลยย่อมฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ เพราะคดีที่อัยการเป็นโจทก์เมื่อยื่นฟ้องก็ถือว่าผู้ถูกฟ้องตกเป็นจำเลยทันทีผิดกับคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ผู้ถูกฟ้องไม่เป็นจำเลยจนกว่าศาลจะประทับฟ้อง (ประชุมใหญ่)พนักงานอัยการยื่นฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน โดยนายสหัส ยศธำรงลงนามเป็นโจทก์ ศาลจังหวัดแม่สอด สั่งไม่ประทับฟ้องเพราะนายสหัส ยศธำรงเป็นอัยการผู้ช่วยไม่มีอำนาจสั่งฟ้องและเป็นโจทก์ฟ้องคดีโดยพละการ อ้างป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๖, ๒๘, ๑๕๘ และ พ.ร.บ.พนักงานอัยการ ๒๔๗๘ มาตรา ๑๖ โจทก์อุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่าคดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาให้ประทับฟ้องของโจทก์ แต่ก็มีการฎีกาได้ตามมาตรา ๒๑๖ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา ๑๗๐ เพราะมาตรา ๑๗๐ เป็นข้อบัญญัติให้คำสั่งศาลเด็ดขาด แต่ในเรื่องไต่สวนมูลฟ้องและสั่งว่าคดีมีมูล คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หาเป็นในรูปนั้นไม่และเห็นว่าจำเลยเป็นผู้ฎีกาได้ เพราะคดีนี้อัยการเป็นโจทก์ เมื่อยื่นฟ้องก็ถือว่าผู้ถูกฟ้องตกเป็นจำเลยทันทีตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๒