พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องคดีป้องกันการค้ากำไรเกินควรโดยไม่ต้องระบุในฟ้องว่าคณะกรรมการส่วนภูมิภาคได้ร้องเรียนให้ฟ้องหรือไม่
ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 881/2485 พนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้โดยไม่ต้องกล่าวในฟ้องว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนผ่านกรรมการส่วนภูมิภาคของจังหวัดแล้ว
ศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกคำพิพากษาศาลล่าง และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176
จำเลยขายไม้ขีดไฟ 2 กลักในราคา 5 สตางค์ ซึ่งเกินกว่าที่ประกาศกำหนดไว้กลักละ 2 สตางค์ อันเป็นการค้ากำไรเกินควร จำเลยให้การรับสารภาพ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2485อัยการลพบุรีโจทก์นายจัด เที่ยมทันจำเลย พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2480 ม. 4, ม. 5, ม. 7, ม. 6, ม. 9, ม. 16, ม. 20., ม. 5. ประกาศคณะกรรมการป้องกันการค้ากำไรเกินควนส่วนภูมิภาคประจำจังหวัดลพบุรีฉบับที่ 9 ลงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2484 ป.วิ.อ. ม. 158, ม. 120, ม. 185, ม. 176. พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2478 ม. 19, ม. 20ไนคดีป้องกันการค้ากำไรเกินควนนั้นฟ้องของโจทไม่จำต้องระบุว่าคนะกัมการป้องกันการค้ากำไรเกินควนได้มอบได้อัยการฟ้องเอาโทส อ้างดีกาที่ 881/2485ข้อเท็ดจิงตามที่โจทฟ้องและจำเลยรับ ได้ความว่าจำเลยได้บังอาดขายไม้ขีดไฟอันเปนสิ่งของที่คน+กับการ ฯ ได้ประกาสไม่ไห้จำหน่ายเอากำไรมากกว่าที่เหมาะสม คือกลักละ ๒ สตางค์ แต่จำเลยได้ขาย ๒ กลักเปนราคา ๕ สตางค์ อันเปนการค้ากำไรเกินควน. สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์วินิฉัยต้องกันว่า โจทมิได้บันยายความมาไนฟ้องหรือได้ความไนท้องสำนวนว่า คนะกัมการส่วนภูมิภาคได้ร้องเรียนไห้พนักงานอัยการฟ้องเอาโทสจำเลยนั้นอัยการโจทจึงยังไม่มีอำนาดฟ้องจำเลย พิพากสาไห้ยกฟ้องโจท. โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่าตามแบบหย่างคำพิพากสาดีกาที่ ๘๘๑/๒๔๘๕ พนักงานอัยการมีอำนาดฟ้องคดีนี้ได้โดยไม่จำต้องกล่าวไนฟ้องว่าพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนผ่านกัมการส่วนภูมิภาคของจังหวัดแล้ว และจำเลยก็ไห้การรับสารภาพ คดีไม่มีปัญหาว่าพนักงานสอบสวนได้ละเลยไม่ปติบัติตามที่กดหมายบังคับนั้น จึงพร้อมกันพิพากสากลับไห้ยกคำพิพากสาสาลล่าง และได้ย้อนสำนวนไปไห้สาลชั้นต้นพิพากสาไหม่ตามประมวนวิธีพิจารนาอาณามาตรา ๑๗๖.(ชม จามรมาน-คง อิสรภักดี-ทิพปัญญา อ. บุปผเวส)ศาลชั้นต้น - ขุนเทพธนสารศาลอุทธรณ์ - พระนาถปรีชาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำ