นิติกรรมที่คนต่างด้าวใช้ตัวแทนถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยหลีกเลี่ยงกฎหมายเป็นโมฆะ และการได้สัญชาติไทยภายหลังไม่ทำให้กลับสมบูรณ์
คนต่างด้าวจะได้มาซึ่งที่ดินมิได้ เว้นแต่จะเข้ากฎเกณฑ์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ การที่คนต่างด้าวกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินโดยมิได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กฎหมายบัญญัติไว้ การนั้นเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 เพราะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายโดยชัดแจ้ง และการฝ่าฝืนกฎหมายอันมีผลทำให้นิติกรรมเป็นโ
พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ โดยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในขณะที่จำเลยที่ 1 รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท โจทก์เป็นคนต่างด้าว และการมิได้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของกฎหมายที่โจทก์จะถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ โจทก์จึงมิได้อยู่ในฐานะที่จะขอให้บังคับตามคำขอท้ายฟ้องได้ไม่ว่าในประการใด
โจทก์เป็นคนต่างด้าว ออกเงินซื้อที่ดิน แต่ให้จำเลยที่ 1 ลงชื่อเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์แทน โดยตกลงว่าเมื่อโจทก์ได้สัญชาติไทยแล้ว จำเลยที่ 1 จะโอนกลับให้ ต่อมาจำเลยที่ 1 นำที่ดินไปขายฝากแก่จำเลยที่ 2 โดยโจทก์ไม่ทราบ ต่อมาโจทก์ได้สัญชาติไทยและขอให้จำเลยโอนที่ดินคืน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1979/2505นายแหยม แซ่เหยี่ยงโจทก์นายชิน งามอักษร ที่ 1 นางเยี่ยมศรี บุลศุธ ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ม. 113 ป.ที่ดิน พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ.2486 ม. 6พระราชบัญญัติที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว พ.ศ.2486 ก็ดี ประมวลกฎหมายที่ดินหมวด 8 ก็ดี มุ่งหมายบัญญัติว่าคนต่างด้าวจะได้มาซึ่งที่ดินมิได้ เว้นแต่จะเข้ากฎเกณฑ์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ฉะนั้น คนต่างด้าวจะได้มาซึ่งที่ดินมิได้จึงเป็นหลัก และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่กฎหมายบัญญัติไว้เป็นข้อยกเว้น หาใช่ไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายที่ห้ามเด็ดขาดมิให้คนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้วถือเป็นเหตุในการวินิจฉัยว่าคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้เมื่อได้กรรมสิทธิ์แล้วก็มีสิทธิตั้งตัวแทนใส่ชื่อตัวแทนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่ เพราะการวินิจฉัยเช่นนั้นมีผลทำให้ความมุ่งหมายของกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไร้ผลไปโดยสิ้นเชิง การที่คนต่างด้าวกระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินโดยใส่ชื่อตัวแทนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์จึงไม่มีผล ตกเป็นโมฆะ และย่อมมีผลเป็นการทั่วไปทั้งแก่รัฐและเอกชนหาใช่เป็นเรื่องระหว่างรัฐกับคนต่างด้าวไม่ และแม้คนต่างด้าวนั้นจะได้รับสัญชาติไทยมาในภายหลัง ก็หาทำให้การอันเป็นโมฆะแต่เริ่มแรก กลับฟื้นคืนดีขึ้นมาไม่โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ออกเงินซื้อที่ดินโฉนด ๒๐๕๘ และ ๓๐๕๙ มาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม แต่การโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในขณะนั้นทำไม่ได้ เพราะโจทก์เป็นคนต่างด้าว โจทก์จึงตกลงกับจำเลยที่ ๑ ให้ลงชื่อเป็นผู้รับโอนไว้ก่อนเป็นการชั่วคราวต่อเมื่อโจทก์รับอนุญาตคืนสัญชาติเป็นไทยแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงจะโอนกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของต่อไป ครั้นวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๔๙๙ จำเลยที่ ๑ ทุจริตเอาที่ดินโฉนด