ปัญหาว่าฟ้องที่กล่าวหาจำเลยสมคบกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยมิได้ระบุรายละเอียดการสมคบชัดเจน เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 158 หรือไม่
ฟ้องที่บรรยายว่าจำเลยสมคบกันกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยอ่านได้ว่าจำเลยในฟ้องเป็นผู้สมคบกัน ไม่มีทางเข้าใจว่าสมคบกับผู้อื่นนอกฟ้อง ถือเป็นฟ้องที่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 158
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลย
โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2487 จำเลยทั้งสามสมคบกันใช้ขวดเหล้า ไม้ตะบองและกฤชทำร้ายนายแก้วจนถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องไม่สมบูรณ์สำหรับจำเลยที่ 2 และ 3 เพราะไม่ได้กล่าวชัดแจ้งว่าสมคบกันอย่างไร แต่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องสมบูรณ์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 53/2489อัยยการสงขลาโจทก์พลทหารอิ่ม คงสีเจริญที่ 1,นายเลี่ยนหรือจูเลี่ยน คงรอดที่ 2,นายแคล้ว ไขสีที่3 ป.อ. ม. 249 ป.พ.พ. กรณีที่ถือว่าฟ้องระบุเพียงพอว่า จำเลยสมคบกันฆ่าเขาตายโจทก์บรรยายฟ้องมีใจความว่า เมื่อวันที่ ๒๒ เม.ย.๒๔๘๗ พลทหารอิ่มเป้นทหารประจำการกับพวก ได้บังอาจสมคบกันมีขวดเหล้า ไม้ตะบองและกฤชเป็นสัตราวุธสมคบกันขว้างตี และแทงทำร้ายร่างกายนายแลก้วจนถึงบาดเจ็บสาหัส และนายแก้วถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลที่จำเลยสมคบกันทำร้าย ทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาฆ่าให้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.ม.อาญา ม.๒๙๔ ,๖๓ จำเลยทั้ง ๓ ปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัย คดีฉะเพาะตัวจำเลยที่ ๒-๓ นั้นคำฟ้องโจทก์มิได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดอย่างไร เมื่อโจทก์ไม่กล่าวมาว่าจำเลยทั้ง ๒ นี้สมคบกับจำเลยอื่น อย่างใดให้ชัดแจ้ง ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ตาม ป.ม.วิ.อาญา ม.๑๕๘ จึงพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ ให้ปรับ ๒๐ บาท ให้ยกฟ้องปล่อยจำเลยที่ ๒และ๓ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาฟ้องทั้งฉะบับพ่อเห็นได้ว่าโจทก์กล่าวหาจำเลยทั้ง ๓ คนกระทำผิดฐานฆ่านายแก้วโดยเจตนา จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนโดยพิพากษาใหม่ จำเลยทั้ง ๓ ฎีกาศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยที่ ๒-๓ ในข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์สมบูรณ์หรือไม่ แต่สำหรับจำเลยที่ ๑ นั้นคดีเสร็จเด็ดขาดแล้วโดยโจทก์มิได้อุทธรณ์และศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์ดั่งกล่าวแต่งต้นอ่านได้ความว่า จำเลยทั้ง ๓ สมคบกันกระทำผิด ฐานฆ่านายแก้ว ไม่มีทางให้เข้าใจว่าสมกับใครอื่น นอกจำเลยในฟ้อง จึงนับว่าเป็นฟ้องที่ถูกต้องตาม ป.ม.วิ.อาญา ม.๑๕๘ จึงพิพากษายืนตามให้ยกฎีกาจำเลย(