ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2493

ประเด็นกฎหมาย

พนักงานอัยการไม่มีสิทธิขอเงินสินบลตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 30 แทนผู้รับสินบล และศาลอุทธรณ์มีอำนาจแก้ไขคำพิพากษาที่เกินคำขอได

หลักกฎหมาย

พนักงานอัยการไม่มีสิทธิขอเงินสินบลตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 แทนผู้รับสินบล และการที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าสินบลโดยโจทก์มิได้ขอเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ซึ่งเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลอุทธรณ์มีอำนาจยกขึ้นอ้างและแก้ไขให้เป็นผลดีแก่จำเลยได้ตาม ป.ม.ว

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 และให้จำเลยเสียค่าสินบลแก่ผู้นำจับตามมาตรา 30 โดยโจทก์มิได้ขอให้จ่ายค่าสินบลตามมาตรานี้ โจทก์อุทธรณ์ขอให้จ่ายค่าสินบลและรางวัลตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489 ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้ค่า

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2493อัยการนครปฐมโจทก์นายประเสริฐ อิสสระมิตร์ล. พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 เงินสินบลที่จะให้ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 ม. + นั้น พนักงานอัยการไม่มีสิทธิที่จะขอแทนผู้รับสินบล ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสืนบลตามพ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. 2490 มาตรา 30 โดยอัยการโจทก์มิได้ขอแม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจจะยกขึ้นอ้างและพิพากษาแก้ไขให้ เป็นผลดีแก่จำเลยได้ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 195 เพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร ๒๔๙๐ มาตรา ๘, ๑๗ และ ๑๘ รวมกะทงลงโทษปรับ ๕๐ บาท ลดฐานปราณีกึ่งหนึ่ง คงปรับ ๒๕ บาท กับให้จำเลยเสียค่าสินบลแก่ผู้นำจับตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓๐ อีก ๑๐๐ บาท คำขอที่ขอให้จ่ายสินบลและรางวัลตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด ๒๔๙๘ นั้นให้ยกเสียเพราะถูก พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควรทับเสีย โจทก์อุทธรณ์ขอให้จ่ายค่าสินบลและรางวัลตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. ๒๔๘๙ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้ค่าสินบลตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร ๒๔๙๐ นั้น โจทก์มิได้ขอมาจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ทั้งมาตรานี้มิได้ให้อำนาจอัยการที่จะร้องขอได้ แม้จำเลยมิได้อุทธณ์ขึ้นมาศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษาแก้ได้ จึงพิพากษาแก้ให้จ่ายรางวัลร้อยละ ๒๕ ของค่าปรับให้แก่เจ้าพนักงานผู้จับตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด ๒๔๘๙ ค่าสินบลไม่ต้องเสีย โจทก์ฎีกาให้จ่ายสินบลตาม พ.ร.บ. ให้บำเหน็จฯ ศาลฎีกาเห็นว่าพ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ. ๒๔๙๐