ความผิดฐานมีสุราเถื่อนกับกินสุราเถื่อนเป็นคนละฐานกัน และเมื่อ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ไม่ได้บัญญัติความผิดฐานกินสุราไว้ จึงลงโทษจำเลยฐานกินสุราไม่ได้
ความผิดฐานมีสุราเถื่อนกับกินสุราเถื่อนเป็นคนละฐานแยกกันได้ การกินสุราไม่ถือเป็นการมีสุราไว้ในครอบครองโดยอัตโนมัติ และเมื่อ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ไม่ได้บัญญัติความผิดฐานกินสุราไว้ ศาลจะลงโทษจำเลยฐานกินสุราไม่ได้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีและกินสุราเถื่อน จำเลยรับว่ากินแต่ปฏิเสธข้อหามี โจทก์ไม่สืบพยานในข้อหามี ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ยกฟ้องเพราะความผิดฐานกินสุราถูกยกเลิกแล้ว โจทก์ฎีกาว่าการกินถือเป็นการมี แต่ศาลฎีกาไม่รับฟัง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1680/2493อัยการศรีษะเกษโจทก์นายสิงห์ หลักเพ็ชรล. กฎหมายลักษณะอาญา ม. 8 พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 ป.วิ.อ. ม. 39, ม. 176โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยมีสุราที่ผิดกฎหมายไว้ในความครอบครอง และจำเลยได้กินสุราที่มีไว้นั้น จำเลยรับว่าได้กินสุรานั้นจริง ส่วนข้อมีสุราปฏิเสธแล้วโจทก์ไม่สืบพยานดังนี้โจทก์จะกลับมาโต้แย้งว่าต้องมีไว้ในครอบครองก่อนแล้ว จึงจะกินได้นั้นย่อมฟังไม่ขึ้นเพราะความผิดฐานมีสุราเถือนกับกินสุราเถื่อนนั้นเป็นคนละฐานแยกกันได้ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 ไม่ได้บัญญัติความผิดฐานดื่มกินสุราผิดกฎหมายไว้ ฉะนั้นเมื่อผู้กระทำผิดฐานกินสุราผิด ก.ม.ตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน ถูกฟ้องขอให้ลงโทษฐานนี้ เมื่อใช้ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 แล้ว ศาลจะลงโทษจำเลยฐานกินสุราผิดกฎหมายไม่ได้โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยมีสุราแช่และกินสุราแช่ที่มีไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นสุราที่ทำขึ้นผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน ฐานมีและกินสุราเถื่อน จำเลยปฏิเสธ ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยรับว่าได้กินสุราแช่จริงข้อมีปฏิเสธ โจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่าเมื่อโจทก์ไม่สืบพยานความผิดฐานมีสุราก็ตกไป คงเหลือแต่ข้อหาฐานกินสุราตามที่จำเลยรับ แต่ปรากฎว่าความผิดฐานกินสุรานี้ได้ถูกยกเลิกตาม พ.ร.บ. สุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ เสียแล้วจึงจะลงโทษจำเลยฐานกินสุราไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าการกินสุราก็คือการนำสุราเข้ามาไว้ในความครอบครองของตน แล้วดื่มกินย่อมถือว่าเป็นการมีสุราไว้ในความครอบครองได้แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อจำเลยรับในข้อที่ว่ากินสุราผิดกฎหมายแต่อย่างเดียว ข้อมีสุราไว้ในครอบครองจำเลยปฏิเสธโจทก์พอใจไม่สืบพยานดังนี้ โจทก์จะกลับมาโต้แย้งว่าต้องมีไว้ในครอบครองก่อ