ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1682/2493

ประเด็นกฎหมาย

การฎีกาขอให้ลดหรืองดโทษกักกันซึ่งเป็นเรื่องดุลยพินิจของศาลและเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

หลักกฎหมาย

การฎีกาในเรื่องที่เกี่ยวกับดุลยพินิจของศาลในการกำหนดโทษกักกันเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

คำวินิจฉัย

ให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี เพิ่มโทษเป็น 4 ปี และให้กักกันอีก 3 ปี จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้งดและลดโทษกักกัน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1682/2493พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายเสนาะ + ที่ 1, นายดำรง หรือ มัสจาง เอสมาลี ที่2ล. ป.วิ.อ. ม. 218 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 12 พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี และกำหนดโทษกักกันไม่เกิน 5 ปี จำเลยจะฎีกาขอให้ลดหรืองดโทษกักกันอันเป็นเรื่องเกี่ยวแก่ดุลยพินิจของศาล ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 218ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๓ ปีตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๖ (๖), ๒๕๗ เพิ่มโทษตามมาตรา ๗๒ อีก ๑ ใน ๓ เป็น ๔ ปี พ้นโทษแล้วส่งไปกักกันตาม พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๔, ๘, ๙ อีก ๓ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ พิพากษายกฟ้อง จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอความกรุณาให้งดและลดโทษกักกัน ศาลฎีกาเห็นว่าคดีเรื่องนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ๕ ปี และกำหนดโทษกักกันก็ไม่เกิน ๕ ปี จำเลยจะฎีกาขอให้ลดโทษกักกัน อันเป็นเรื่องเกี่ยวแก่ดุลยพินิจของศาล ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๒๑๘ จึงให้ยกฎีกาจำเลยเสีย(ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ-ธรรมบัณฑิต-นนทปัญญา)ศาลชั้นต้น - นายชลัม รุทระวณิชศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัฒน์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ