หน้าที่ในการแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าวตามประกาศของคณะกรมการจังหวัด กรณีจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่นอกเขตอำเภอที่ข้าวตั้งอยู่
การที่จำเลยอ้างว่าอยู่นอกเขตอำเภอที่ข้าวตั้งอยู่ ไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะศาลล่างฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าจำเลยไม่ได้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามประกาศ
พิพากษายืนตามศาลล่าง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีข้าวเปลือกเกิน 10,000 กิโลกรัม และไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อคณะกรมการอำเภอตามประกาศของคณะกรมการจังหวัด จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยมีข้าวตามฟ้องและไม่แจ้ง จึงลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 578 - 579/2491อัยยการสกลนครโจทก์นายเพ็ชร พิลาวัน นายกลม มงคลงามจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 เมื่อศาลล่างทั้งสองตัดสินตรงกัน โดยฟังว่า จำเลยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าว ตามประกาศของคณะกรมการจังหวัดแล้ว การที่จำเลยฎีกาอ้างว่า ตามประกาศการแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่ออำเภอที่มีภูมิลำเนา จำเลยมีภูมิลำเนา+อำเภอหรือจังหวัดที่ข้าวอยู่นั้น+ไม่เป็นข้อสำคัญโจทก์ฟ้องว่า นายเพ็ชร์จำเลยมีข้าวเปลือ ๗๘,๐๐๐ กิโลกรัม นายกลมจำเลยมี ๑๒,๐๐๐ กิโลกรัม แล้วไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บต่อคณะกรมการอำเภอ ตามประกาสของคณะกรมการจังหวัด ซึ่งประกาศให้มีผู้มีข้าวตั้งแต่ ๑๐๐๐๐ กิโลกรัมขึ้นไปแจ้งปริมาณ จำเลยให้การว่าไม่มีข้าวถึงจำนวนดังฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยมีข้าวดังฟ้อง และไม่แจ้งปริมาณต่อเจ้าพนักงานดังฟ้อง จึงลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฎีกาข้อแรกของจำเลยว่า ประกาศของคณะกรมการจังหวัดว่าให้ไปแจ้งต่อคณะกรมการอำเภอ ซึ่งตนมีภูมิลำเนา นายกลมจำเลยมีภูมิลำเนาในอำเภอบึงกานี จังหวัดหนองคาย จึงไม่มีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามประกาศ นายเพ็ชรมีภูมิลำเนาในเขตตอำเภอสว่างดินแดน จังหวัดสกลนครจริง แต่โจทก์ก็ไม่ได้ว่านายเพ็ชรไม่ได้ไปแจ้งต่ออำเภอสว่างดินแดง จึงลงโทษจำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างทั้งสองฟังว่า จำเลยไม่ได้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามปรกาศนั้นแล้ว ฉะนั้น การที่จำเลยอ้างว่าอยู่นอกเขตต์อำเภอวานรนิวาศซึ่งมีข้าวอยู่ จึงไม่ใช่ข้อสำคัญ จึ่งพิพากษายืนตามศาลล่าง(นนทปัญญา-ธรรมบัณฑิต-นาถปรีชา)ศาลชั้นต้น - หลวงรัตนศาสตร์สมบูรณ์ศาลอุทธรณ์ - ห