ปัญหาว่าที่ดินมฤดกที่โจทก์ยึดนั้นเป็นของผู้ร้องหรือไม่ และผู้ร้องจะอ้างกรรมสิทธิ์เหนือที่ดินดังกล่าวต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้หรือไม่
การตกลงแบ่งทรัพย์มฤดกระหว่างทายาทไม่อาจใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ หากยังมิได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน และทายาทที่นิ่งเฉยเมื่อเห็นอีกฝ่ายแสดงตนเป็นเจ้าของต่อบุคคลภายนอกย่อมถูกปิดปาก (estoppel) ไม่ให้โต้แย้งสิทธิของบุคคลภายนอกนั้น
พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ที่พิพากษาให้ถอนการยึดที่นารายพิพาททั้งหมด แล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้องเฉพาะที่ดิน 20 ไร่ที่จำเลยครอบครองเสีย ที่นอกนี้ให้ถอนยึดคืนผู้ร้องไป
ที่ดินพิพาทเป็นมฤดกของ อ. ซึ่งตายแล้ว ผู้ร้องและจำเลยเป็นบุตรได้รับมฤดกร่วมกัน โฉนดยังมีชื่อ อ. อยู่ จำเลยครอบครองทำนาส่วนหนึ่งนานกว่า 10 ปี และนำที่ดินไปประกันหนี้โจทก์ ให้โจทก์เข้าทำนา ผู้ร้องรู้แต่ไม่คัดค้าน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2481นายพุด เอกเภาพันโจทก์นางศุข ทองเป็นสุกจำเลยนางแปลก ชิวปรีชาผู้ร้องขัดทรัพย์ ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ม. 1299, ม. 1382, ม. 1599 ป.วิ.พ. ม. 288ที่ดินมฤดก ผู้รับมฤดกต่างปกครองกันมาเป็นสัดส่วนย่อมได้ที่นั้นเป็นสิทธิกฎหมายปิดปากที่ดินมฤดก โฉนดมีชื่อเจ้ามฤดกอยู่ ผู้รับมฤดกคนอื่นย่อมให้ผู้รับมฤดกคน 1 เป็นเจ้าของผู้เดียว ถ้าผู้นั้นแสดงให้คนภายนอกหลงว่าผู้รับมฤดกอื่นเป็นเจ้าของแล้ว ย่อมปิดปากผู้รับทรัพย์นั้นมิให้เถียงคนภายนอกเดิมโจทก์ชนะความจำเลยจึงนำยึดที่ดินโฉนดที่ ๕๐๗๐ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าที่รายนี้เป็นของตน ได้ความว่าที่นารายนี้เป็นของ อ. ๆ ตายผู้ร้องกับจำเลยซึ่งเป็นบุตร์ได้รับมฤดกโฉนดยังมีชื่อ อ.อยู่จนบัดนี้ ศาลฎีกาตัดสินว่าระหว่างผู้ร้องกับจำเลยจะตกลงให้ที่นาเป็นกรรมสิทธิของผู้ใดนั้นจะยกขึ้นอ้างใช้ยันแก่บุคคลที่ ๓(โจทก์) มิได้ เพราะ ๑. ที่นารายนี้โฉนดยังมีชื่อ อ.อยู่ ผู้ร้องกับจำเลยต่างเป็นผู้รับมฤดกด้วยกัน เมื่อยังมิได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ทะเบียนจะฟังเป็นเด็ดขาดว่ากรรมสิทธิตกเป็นของผู้ร้องมิได้ ๒. จำเลยได้ปกครองทำนาในที่ดินส่วนหนึ่งมาตั้ง ๑๐ ปี กว่า ยังได้เคยเอาที่ดินส่วนนี้ไปประกันหนี้โจทก์แล้ว ให้โจทก์เข้าทำนาด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นเจตนาว่าจำเลยยังถือตนว่าครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของอยู่ ๓. ผู้ร้องรู้แล้วว่าจำเลยไปกู้เงินโจทก์และให้โจทก์เข้าทำก็ไม่คัดค้านอย่างใด ซึ่งในกรณีนี้ย่อมปิดปากผู้ร้อง ข้อโต้เถียงที่ว่าให้จำเลยอาศัยจึงฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ที่พิพากษาให้ถอนการยึดที่นารายพิพาททั้งหมดแล้วพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ร้องฉะเพาะที่ดิน ๒๐ ไร่ที่จำเลยครอบครองเสีย ที่นอกนี้ให้ถอนยึดคืนผู้ร้องไป(อมาตย์-เทฟ