ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2485

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องที่กล่าวหาจำเลยสมคบกับผู้อื่นฆ่าคนตายและกินความถึงพยายามฆ่าผู้อื่นด้วย เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยมิได้สมคบ แต่จำเลยพยายามฆ่าโดยลำพัง ศาลจะลงโท

หลักกฎหมาย

แม้ฟ้องจะกล่าวถึงการสมคบ แต่หากข้อความในฟ้องบรรยายถึงการกระทำและเจตนาฆ่าผู้เสียหายรายอื่นด้วย ก็ถือว่าความผิดฐานพยายามฆ่าผู้นั้นอยู่ในขอบแห่งคำฟ้อง ศาลลงโทษจำเลยในความผิดนั้นได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 249 ประกอบมาตรา 60 จำคุก 10 ปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกับนายจอมใช้หอกทำร้ายร่างกายนายอ๋อและนายเพาโดยเจตนาฆ่า นายอ๋อถึงแก่ความตาย นายเพาถูกแทงที่หน้าอกบาดเจ็บสาหัส ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมิได้สมคบ แต่จำเลยเป็นผู้แทงนายเพาเอง โจทก์ฎีกาว่าฟ้องครอบคลุมถึงความผิดฐานพยายามฆ่านายเพา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2485อัยการกาญจนบุรีโจทก์นายหยิบนุชอิ่มจำเลย ป.อ. ม. 249, ม. 60, ม. 63 ป.วิ.อ. ม. 192 (2), ฟ้องโจทกล่าวว่าจำเลยบังอาดสมคบกับนายจอมซึ่งต้องโทสไปแล้ว ไช้หอกทำร้ายร่างกายนายออนายเพาโดยเจตนาค่าไห้ตาย แม้ทางพิจารนาจะได้ความว่าจำเลยพยายามค่านายเพาโดยมิได้สมคบกับนายจอมก็ลงโทสจำเลยได้คดีนี้โจทฟ้องว่า จำเลยบังอาดสมคบกับนายจอมซึ่งต้องโทสไปแล้ว ไช้หอกเปนอาวุธทำร้ายร่างกายนายอุอนายเพามีบาดแผลสาหัสปางตายโดยเจตนาค่าไห้ตาย นายอ๋อได้ถึงแก่ความตายไนคืนนั้น นายเพาถูกแทงที่หน้าอกมีบาดแผลสาหัส ขอไห้ลงโทสตามมาตรา ๒๔๙ ,๖๓ สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์ฟังว่า นายจอมเปนผู้ค่านายอ๋อตายโดยเจตนา ส่วนจำเลยเปนผู้แทงนายเพาบาดเจ็บสาหัสโดยจำเลยมิได้สมคบด้วย แต่คดีนี้โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยถานค่าคนตายหย่างเดียวไม่ได้ประสงค์ไห้ลงโทสจำเลยถานทำร้ายร่างกายสาหัสด้วย จะลงโทสจำเลยไม่ได้ พิพากสายกฟ้อง โจทดีกาอ้างว่าฟ้องโจทบันยายข้อความชัดเจนแล้ว ประสงค์จะไห้ลงโทสจำเลยถานพยายามค่าคน หรือทำร้ายร่างกาย สาลดีกาเห็นว่าคดีนี้เปนเรื่องฟ้องขอไห้ลงโทสถานค่าคน ซึ่งข้อเท็ดจิงฟังได้แล้วว่ามิได้มีการสมคบกับนายจอมและได้พิจารนาฟ้องของโจทตลอดแล้วเห็นว่า ข้อความที่โจทกล่าวไนฟ้องเปนเรื่องที่โจทเจาะจงกล่าวหาว่า จำเลยสมคบกับนายจอมค่านายอ๋อและกินความถึงพยายามค่านายเพาด้วย โจทได้บันยายถึงการทำร้ายและเจตนาค่า ฉะนั้นดีกาโจทฟังขึ้นเพราะเปนถานความผิดที่หยู่พายไนขอบแห่งคำฟ้องของโจท คดีจึงฟังได้ว่าจำเลยเจตนาจะค่านายเพา จึงพิพากสากลับว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๔๙-๖๐ จำคุก ๑๐ ปี(เยี่ยม เลขวนิชธัมวิทักส์-คง อิสรภักดี-ท.อ.บุปผเวส.)ศาลชั้นต้น - หลวง+ศาลอุทธรณ์ - พระนนทปัญญาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพาก