ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159/2487

ประเด็นกฎหมาย

พนักงานรถไฟที่ถูกเปลี่ยนสภาพกิจการเป็นรถไฟทหาร แต่ยังคงเป็นเจ้าหน้าที่พลเรือนตามระเบียบราชการเดิม ถือว่าสังกัดราชการทหารหรือไม่ และคดีควรขึ้นศาลใด

หลักกฎหมาย

การเปลี่ยนสภาพกิจการของกรมรถไฟเป็นรถไฟทหารตามประกาศผู้บัญชาการทหารสูงสุด ไม่ทำให้เจ้าหน้าที่กรมรถไฟซึ่งเป็นพลเรือนกลายเป็นทหารหรือถูกโอนสังกัดไปขึ้นราชการทหาร เจ้าหน้าที่ยังคงเป็นพลเรือนตามระเบียบบริหารราชการของกรมรถไฟเดิม แม้ต้องอยู่ในระเบียบวินัยอย่างทหารและต้องฟังบังคับบัญชาผู้บัญชาการรถไฟทหารก็ต

คำวินิจฉัย

จำเลยไม่ได้สังกัดราชการทหาร ศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาพิพากษา ให้ศาลชั้นต้นรับคดีไว้ดำเนินการต่อไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานฆ่าคน จำเลยเป็นนายสถานีรถไฟ ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าตามคำสั่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดให้เปลี่ยนสภาพกิจการรถไฟขึ้นในบังคับบัญชาการทหารสูงสุด จำเลยจึงสังกัดราชการทหาร คดีต้องขึ้นศาลทหาร จึงยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159/2487นางอั้น สีนาคโจทก์นายพัด แก้วประทีปจำเลย ป.อ. ม. 249 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎอัยการศึก คำสั่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ลงวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2486 ประกาศกองบัญชาการทหารสูงสุด ลงวันที่ 24 เมษายน 2485 (ฉบับที่ 2) ตามคำสั่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดนั้นให้กรมรถไหเป็นรถไฟทหาร แต่พนักงานกรมรถไฟคงเป็นเจ้าหน้าที่พลเรือน ฉะนั้นเมื่อพนักงานรถไฟทำผิด ก็ต้องขึ้นศาลพลเรือนโจทก์ฟ้องจำเลยฐานฆ่าคน ในระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง ศาลเห็นว่าจำเลยเป็นนายสถานีรถไฟ ตามคำสั่งของผู้บัญชาการทหารสูงสุดลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๖ ให้เปลี่ยนสภาพกิจการรถไฟขึ้นในบังคับบัญชาการทหารสูงสุด จำเลยจึงสังกัดราชการทหาร คดีต้องขึ้นศาลทหาร จึงยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประกาศของผู้บัญชาการทหารสูงสุดนั้น กิจการของกรมรถไฟถูกเปลี่ยนสภาพเป็นรถไฟทหาร ส่วนเจ้าหน้าที่กรมรถไฟคงประจำทำหน้าที่ตามระเบียบราชการของกรมรถไฟซึ่งเป็นฝ่ายพลเรือนแต่ต้องอยู่ในระเบียบวินัยอย่างทหาร หาใช่กลายเป็นทหารหรือสังกัดราชการทหารด้วยไม่ และจะเห็นได้ว่าประกาศนั้นต้องการให้กรมรถไฟเป็นรถไฟทหาร แต่เจ้าหน้าที่เป็นพลเรือน มีหน้าที่ต้องฟังบังคับบัญชาผู้บัญชาการรถไฟทหารก็จริง แต่ยังเป็นเจ้าหน้าที่ตามระเบียบบริหารราชการของกรมรถไฟตามเดิม จะถือว่าเจ้าหน้าที่ถูกโอนสังกัดไปขึ้นราชการทหารหาได้ไม่ จำเลยจึงไม่ได้สังกัดราชการทหาร ศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาพิพากษา จึงพิพากษาให้ศาลชั้นต้นรับคดีไว้ดำเนินการต่อไป(ย.เลขวนิชธัมวิทักส์-ค.อิศรภักดี-ป.สุวรรนสร)ศาลชั้นต้น - นายปลั่ง อินทกนก ประจักษ์ สุศาลอุทธรณ์ - นายนาถ นาถประชาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเล