ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2487

ประเด็นกฎหมาย

การฝ่าฝืนคำสั่งห้ามตาม พ.ร.บ.ให้อำนาจในการเตรียมการป้องกันประเทศ พ.ศ.2484 มาตรา 4 (9) โดยผู้กระทำไม่ทราบและไม่มีโอกาสทราบคำสั่งนั้น จะมีความผิดหรือไม่

หลักกฎหมาย

กฎหมายที่ให้อำนาจข้าหลวงออกคำสั่งนั้นตามเจตนารมณ์ประสงค์ลงโทษผู้ฝ่าฝืนซึ่งทราบหรือควรทราบคำสั่ง และกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจข้าหลวงที่จะประกาศคำสั่งให้มีผลอย่างเดียวกับการประกาศใช้กฎหมายในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น หากจำเลยไม่ทราบหรือไม่มีโอกาสทราบคำสั่ง ก็ฟังไม่ได้ว่าจำเลยฝ่าฝืนคำสั่ง

คำวินิจฉัย

จำเลยไม่มีความผิด เพราะไม่ทราบและไม่มีโอกาสทราบคำสั่งห้าม ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่าง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ข้าหลวงประจำจังหวัดร้อยเอ็ดมีคำสั่งห้ามนำฝ้ายออกนอกเขตจังหวัดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2487 แต่คำสั่งไปถึงอำเภอเสลภูมิในวันที่ 15 มกราคม 2487 เวลา 12.30 น. และรุ่งขึ้นจึงปิดประกาศ จำเลยนำฝ้ายออกจากอำเภอเสลภูมิในวันที่ 15 มกราคม 2487 เวลา 9.00 น. โดยไม่ทราบคำสั่งดังกล่าว

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1164/2487อัยยการร้อยเอ็จโจทก์นายบุญธรรม งามสง่า นายพงแก้ว ไวยุทธจำเลย พ.ร.บ.ให้อำนาจในการเตรียมการป้องกันประเทศ พ.ศ.2484 ม. 4 (9) คำสั่งข้าหลวงประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ออกตามความในพระราชบัญญัติให้อำนาจเตรียมป้องกันประเทศ พ.ศ.2484 ข้าหลวงประจำจังหวัดประกาศห้ามนำฝ้ายออกนอกเขตต์จังหวัด จำเลยนำฝ้ายออกนอกเขตต์ก่อนที่คำสั่งไปถึงอำเภอที่จำเลยอยู่โดยจำเลยไม่ทราบและไม่มีโอกาศทราบคำสั่งห้ามนั้นดังนี้ ย่อมไม่มีความผิดได้ความว่าเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๔๘๗ ข้าหลวงประจำจังหวัดร้อยเอ็ดมีคำสั่งห้ามนำฝ้ายออกนอกเขตต์จังหวัดตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไปโดยอาศัยอำนาจ พ.ร.บ.ให้อำนาจเตรียมป้องกันประเทศ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๔ ข้อ ๙ คำสั่งนี้ไปถึงอำเภอเสลภูมิวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๔๘๗ เวลา ๑๒.๓๐ น. รุ่งขึ้นจึงได้ปิดประกาศที่อำเภอและส่งสำเนาคำสั่งไปทุกตำบล จำเลยไม่ทราบคำสั่งนั้น เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม เวลา ๙.๐๐ น.จำเลยนำฝ้ายจากอำเภอเสลภูมิไปจังหวัดอุบล เจ้าพนักงานจับฝ้ายได้ในอำเภอยะโสธรจังหวัดอุบล ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยไม่มีโอกาศทราบคำสั่งไม่มีความผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากฎหมายที่ให้อำนาจข้าหลวงออกคำสั่งนั้นตามเจตนารมย์ก็ประสงค์ลงโทษผู้ฝ่าฝืนซึ่งทราบหรือควรทราบคำสั่ง และกฎหมายก็ไม่ได้ให้อำนาจข้าหลวงที่จะประกาศคำสั่งให้มีผลอย่างเดียวกับการประกาศใช้กฎหมายในราชกิจจาจำเลยไม่ทราบหรือมีโอกาศจะทราบคำสั่งได้ จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยฝ่าฝืนคำสั่ง จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง(ชม จามรมาน-ชม จามรมาน-ชม จามรมาน)ศาลชั้นต้น - นายอุทัย จึงเจริญศาลอุทธรณ์ - นายสารนิติ สัตยาบันแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลข