ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2508

ประเด็นกฎหมาย

ดุลพินิจของศาลในการอนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การตาม ป.วิ.อ. มาตรา 163

หลักกฎหมาย

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 163 แม้จะมีเหตุอันสมควรในการขอแก้คำให้การ กฎหมายยังให้อยู่ในดุลพินิจของศาลว่าจะอนุญาตหรือไม่ โดยศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาจนถึงขั้นเสร็จการพิจารณาแล้ว จึงไม่อนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล ต่อมาขอถอนคำให้การและขอให้การใหม่ปฏิเสธ โดยอ้างว่าให้การเดิมโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด ศาลชั้นต้นนัดตัดสินเนิ่นนาน 7 วันเพื่อประสานกับคดีของจำเลยที่ 2 และไม่อนุญาตให้แก้คำให้การ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 667/2508อัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์นายปัน เอนกตากองแก้ว ที่ ๒ นายบุญมี ปัญญารัตน์ ที่ ๒จำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ป.วิ.อ. ม. 163ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 ให้โอกาสแก่โจทก์จำเลยที่จะขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้อง หรือคำให้การได้ก่อนศาลพิพากษา ในเมื่อมีเหตุอันสมควร แต่ถึงแม้จะมีเหตุอันสมควรดังที่โจทก์หรือจำเลยอ้างแล้วกฎหมายยังให้อยู่ในดุลพินิจของศาลอีกชั้นหนึ่งว่าสมควรจะอนุญาตหรือไม่ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล ศาลชั้นต้นเห็นว่าเพื่อให้คดีเสร็จโดยรวดเร็ว จึงจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2 ที่ปฏิเสธ และนัดตัดสินเนิ่นนานไปถึง 7 วัน เพื่อประสานกับคดีที่ให้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยที่ 2 ใหม่ ซึ่งถ้าศาลไม่สั่งเช่นนั้น จำเลยที่ 1 ก็จะถูกศาลพิพากษาลงโทษโดยไม่อาจยื่นคำให้การใหม่ ดังนี้ เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่อนุญาตให้จำเลยแก้คำให้การ (อ้างนัยฎีกาที่ 555/2501)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๒ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ฯลฯ วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๐๗ วันพิจารณาจำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสั่งว่า เพื่อให้คดีเสร็จโดยรวดเร็ว ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ โดยให้โจทก์ยื่นฟ้องเข้ามาใหม่ภายใน ๗ วัน ฟังคำพิพากษาวันที่ ๑๒ เดือนนี้ ต่อมาวันที่ ๗ เดือนเดียวกันจำเลยขอถอนคำให้การเดิมเพราะจำเลยให้การดังกล่าวมิได้รู้ข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดเป็นข้อสารสำคัญของคดี ขอให้การใหม่ ปฏิเสธฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาต และพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๙ เดือน ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น รับคำให้การจำเลยและให้พิจารณาพิพากษาใหม่ โจทก์ฎี