ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 681/2491

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันกระทำความผิดฐานตัว แต่พิจารณาได้ความว่าจำเลยเป็นผู้สมรู้ในความผิดเดียวกัน ลงโทษฐานสมรู้ได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

คำฟ้องที่กล่าวหาว่าจำเลยสมคบกันกระทำความผิดอันเป็นความผิดฐานตัว แต่ทางพิจารณาได้ความเพียงว่าจำเลยกระทำความผิดในฐานเป็นผู้สมรู้ในองค์ความผิดเดียวกันนั้น ย่อมลงโทษจำเลยได้ ไม่ขัดต่อ ป.วิ.อ. มาตรา 192

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนันโปปั่น แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเป็นผู้สมรู้ในการจัดให้มีการเล่นการพนัน ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยที่ 1 ในฐานเป็นผู้สมรู้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 681/2491อัยยการตะกั่วป่าโจทก์พลตำรวจเยื้อง ฉิมพลีศิริ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 192 ป.อ. ม. 63, ม. 65. พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2479 โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยเป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพะนันโปปั่น ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเป็นผู้สมรู้ในการจัดให้มีการเล่นการพะนัน ดั่งนี้ ลงโทษจำเลยฐานสมรู้ได้ (อ้างฎีกา 205/2483)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันเล่นการพะนันโปปั่นตาม พ.ร.บ.การพะนัน โดยจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นการพนัน จำเลยอื่นเป็นเจ้ามือ และผู้เข้าเล่น ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทุกนตามฟ้อง เว้นแต่จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานเป็นผู้สมรู้ในการจัดให้มีการเล่นการพนันรายนี้ จึงลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม พ.ร.บ.การพะนัน ๒๔๗๘ มาตรา ๑๒ ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๖๓ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องของโจทก์กล่าวหาว่า จำเลยสมคบกันกระทำความผิดอันเป็นความผิดฐานตัว แต่ทางพิจารณาได้ความเพียงว่า จำเลยกระทำความผิดในฐานเป็นผู้สมรู้ในองค์ความผิดเดียวกันนั้น ย่อมลงโทษจำเลยได้ ไม่ขัดต่อ ป.ม.วิ.อาญา มาตรา ๑๙๒ พิพากษายืน(ทรงนิติกรณ์-ประวัติ ปัตตพงศ์-ปรีชาวินิจฉัย)ศาลชั้นต้น - นายกำจร ปัทมานนท์ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ