ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2491

ประเด็นกฎหมาย

ทรัพย์ที่จะริบได้ต้องเป็นทรัพย์ที่จับหรือยึดมาได้เท่านั้นหรือไม่

หลักกฎหมาย

ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 29 ทรัพย์ที่จะริบได้นั้น ไม่จำต้องเป็นทรัพย์ที่จับมาหรือยึดมา

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยลักลอบนำข้าวสารเหนียว 20 กระสอบออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นสั่งริบข้าวสารเหนียว แต่ข้าวสารอยู่นอกประเทศแล้ว จึงตีราคา 1,800 บาท และจัดการตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 18, 29 ศาลอุทธรณ์ยกข้อริบข้าวสารเหนียว โจทก์ฎีกา

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2491อัยยการเชียงรายโจทก์นายวณิชย์ อุดมสิทธิ ที่ 1 นายปุ๋ย กรเพ็ชร์ ที่ 2จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 29, ม. 18. พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 จำเลยลักลอบนำข้าวสารเหนียวออกไปนอกราชอาณาจักร์แล้ว เมื่อศาลสั่งริบข้าวสารเหนียวของกลางดั่งนี้ ต้องตีราคาข้าวสารเหนียว แล้วจัดการตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 18, 29. มาตรา 29 ได้กล่าวถึงการไม่นำทรัพย์ที่จะต้องริบมาส่งต่อศาล แสดงอยู่ว่า ทรัพย์ที่จะริบได้นั้น ไม่จำต้องเป็นทรัพย์ที่จับมาหรือยึดมาได้เท่านั้นคดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันนำข้าวสารเหนียว ๒๐ กระสอบออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นลงโทษตามฟ้องให้ริบรถยนต์ และข้าวสารเหนียว ๒๐ กระสอบ แต่ปรากฏว่า ข้าวสารเหนียวอยู่นอกประเทศเสียแล้ว จึงต้องตีราคาข้าวสารเหนียว ๑๘๐๐ บาท แล้วให้จัดการตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๘, ๒๙ ถ้าจะต้องจำคุกแทนราคาข้าว ให้จำแทนคนละ ๓ เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกข้อริบข้าวสารเหนียว ๒๐ กระสอบเสีย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๙ ได้กล่าวถึงเรื่องการไม่นำทรัพย์ที่จะต้องริบมาส่งศาล และแสดงอยู่ว่าทรัพย์ที่จะริบได้นั้น ไม่จำต้องเป็นทรัพย์ที่จับมาหรือยึดมา พิพากษาแก้ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น(ศิลปสิทธิวินิจฉัย-ประวัติ ปัตตพงศ์-ปรีชาวินิจฉัย)ศาลชั้นต้น - นายรัตน์ ศรีไกรวินศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทัณฑ์ชนาณัติแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ