ปัญหาข้อกฎหมายว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ใช้ถ้อยคำว่า 'ฟังไม่ขึ้น' ถือเป็นการพิพากษายืนตามมาตรา 214 ป.วิ.อาญา และเมื่อจำเลยกลับให้การรับสารภาพภายหลัง ถือว่าจำเลยไม่ติดใจต่อสู้คดีในข้อกฎหมายที่ได้ต่อสู้ไว้เดิม ข้อต่อสู้ดังกล่าวจึงไม่เป็นปัญหาที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยอีก นอกจากนี้ ปัญหาว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่เ
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาลักลอบนำทอง เครื่องทองรูปพรรณ และเงินตราออกนอกราชอาณาจักร โดยมิได้เสียภาษีและมิได้รับอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธและยกข้อกฎหมายขึ้นต่อสู้ในชั้นต้น ต่อมาจำเลยกลับให้การรับสารภาพและขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลชั้นต้นแยกพิพากษาคดีที่จำเลยรับสารภาพ โดยปรับ 5,000 บาท ลดฐานพยายาม 1 ใน 3 และฐานรั
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749/2491พนักงานอัยยการโจทก์นายซือพวง แซ่อึ้ง กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ.2482 ม. 9คำพิพากษาศาลอุทธรณ์แม้จะไม่ปรากฏข้อความว่าให้ยืน ยก แก้หรือกลับ แต่ปรากฏข้อความว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ซึ่งแสดงว่า พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั่นเองซึ่ง ถูกต้องตามมาตรา 214 ป.วิ.อาญาแล้ว ในชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องของโจทก์ และต่อว่าผู้กระทำการสอบสวนทำการสอบสวนโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ต่อมาจำเลยกลับให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์ทุกประการ ขอให้ลงโทษจำเลยแต่ในสถานเบา และแยกพิพากษาคดีส่วนตัวของจำเลยให้เสร็จสิ้นไปนั้น เป็นการแสดงว่าจำเลยไม่ติดใจต่อสู้คดี ตามคำให้การฉะบับแรกนั้นแล้ว ฉะนั้นข้อต่อสู้ของจำเลยชั้นเดิมที่ว่าการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่เป็น+ที่ศาลจะร้องยกขึ้นวินิจฉัย +จะฟังว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เพราะในการนี้อาจต้องพิจารณาถึงข้อบังคับกฎหมายซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจเป็นข้อประกอบด้วย ตามมาตรา 16 ป.วิ.อาญาคดีนี้เดิมโจทก์ฟ้องนายซือพวงกับพวกเป็น ๓ สำนวน มีข้อหาว่าลักลอบนำทอง เครื่องทองรูปพรรณ และเงินตราออกนอกราชอาณาจักร์ไทย โดยมิได้เสียภาษีและมิได้รับอนุญาต ในชั้นต้นจำเลยให้การปฏิเสธและยกข้อกฎหมายขึ้นตัดฟ้องหลายประการ ภายหลังที่ศาลอาญาสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว นายกำตง แซ่ลิ้ม กับจำเลยบางคงยื่นคำร้องมีข้อความสำคัญว่า ขอให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องของโจทก์ทุกประการ ขอให้ศาลลงอาญาแต่ในสถานเบา และแยกพิพากษาคดีส่วนตัวของจำเลยผู้กลับให้การรับสารภาพให้เสร็จสิ้นไปด้วย โจทก์ไม่คัดค้าน ศาล