นิติบุคคลผู้ถือประทานบัตรต้องรับผิดทางอาญาเมื่อตัวแทนยื่นบัญชีงบเดือนไม่ตรงต่อความจริง
นิติบุคคลต้องรับผิดในกิจการที่กรรมการหรือผู้จัดการได้ทำไปในหน้าที่ของตน แม้จะเป็นความผิดทางอาญา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 75 และ 820
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ ๒๔๖๑ มาตรา ๓๕ ที่แก้ไขใหม่ ปรับ 500 บาท
จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลผู้ถือประทานบัตร จำเลยที่ 3 เป็นตัวแทนยื่นบัญชีงบเดือนการขุดและจำหน่ายแร่ไม่ตรงต่อความจริง จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 185/2489อัยยการตะกั่วป่าโจทก์บริษัทเอเชียติ๊กอินดัสตรีแอนด์แพลนเตชั่น กับพวกจำเลย พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ พ.ศ.2461 ป.พ.พ. ม. 75, ม. 820นิติบุคคลต้องรับผิดในกิจการที่กรรมการหรือผู้จัดการได้ทำไปในหน้าที่ของตน ตัวแทนของบริษัทนิติบุคคลยื่นงบเดือนขุดขายแร่ไม่ตรงต่อความจริง อันเป็นผิดต่อพ.ร.บ.เหมืองแร่ ซึ่งบัญญัติให้เอาผิดแก่ผู้ถือประทานบัตรคือบริษัทนิติบุคคลนั้น ดังนี้บริษัทนิติบุคคลนั้น ก็ต้องรับผิด แม้จะเป็นความผิดทางอาญาก็ตามโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลโดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้จัดการทั่วไป และจำเลยที่ ๓ เป็นตัวแทนมีอำนาจหน้าที่ทำกิจการเกี่ยวกับเหมืองแร่ในท้องที่อำเภอกะบง โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ถือประทานบัตร จำเลยที่ ๓ ได้ยื่นบัญชีงบเดือน การขุดและจำหน่ายแร่ต่อเจ้าพนักงานโลหะกิจไม่ตรงต่อความจริง กระทำให้สถิติของทางราชการเสียหาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ.๒๔๖๑ มาตรา ๗๘ แก้ไขเพิ่มเติมฉะบับที่ ๖ พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๔ จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑,๒ ไม่ต้องรับผิดในการกระทำของจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นตัวแทนไปกระทำผิดทางอาญา และตามพ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ ๒๔๘๓ มาตรา ๔ ให้เอาผิดแก่ผู้ถือประทานบัตรเท่านั้น จำเลยที่ ๓ เป็นเพียงตัวแทนจึงไม่มีความผิดและโจทก์ก็ไม่ได้ฟ้องว่า จำเลยสมคบกัน จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ ๒๔๖๑ มาตรา ๓๕ ที่แก้ไขใหม่ จึงพิพากษาปรับจำเลยที่ ๑ เป็นจำนวนเงิน ๕๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นบริษัทผู้ถือประทานบัตรว่าทำผิด พ.ร.บ.เหมืองแร่ โดยจำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นตัวแทนยื่นบัญช