เหรียญกษาปณ์ของกลางที่จำเลยมีไว้เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเงินตราในภาวะฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2485 มาตรา 3 จัตวา เป็นทรัพย์ที่ควรริบตามประมวลกฎหมาย
เงินของกลางชนิดนี้ไม่ใช่ทรัพย์ซึ่งกฎหมายบัญญัติว่ามีไว้เป็นความผิดตามมาตรา 28 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 626/2486 จึงไม่ต้องริบ
พิพากษายืน (ให้คืนเหรียญกษาปณ์ของกลางแก่จำเลย)
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเงินตราในภาวะฉุกเฉิน พ.ศ. 2484 และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2486 มาตรา 3 ตรี ให้จำคุก 2 ปี 6 เดือน ตามพระราชบัญญัติเงินตราในภาวะฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2485 มาตรา 3 จัตวา แต่ให้คืนเหรียญกษาปณ์ของกลางให้จำเลย โจทก์ฎีกาขอให้ริ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 768/2486อัยการอุทัยธานีโจทก์นายจีน บุญยงจำเลย ป.อ. ม. 28 พ.ร.บ.เงินตราในภาวะฉุกเฉิน พ.ศ.2484 , ม. 3 ตรี พ.ร.บ.เงินตราในภาวะฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2485 ม. 3 จัตวาการมีเหรียนกสาปน์อันเปนความผิดตาม พ.ร.บ.เงินตรา 2485 ฉบับที่ 2 ม. 3 จัตวา ยังถือไม่ได้ว่าเปนของอันควนริบตามกดหมายอาญา ม. 28. อ้างดีกาที่ 626/2486.คดีนี้สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์พิพากสาต้องกันว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเงินตราไนภาวะฉุกเฉิน ๒๔๘๔ และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม ๒๔๘๖ มาตรา ๓ ตรี ไห้จำคุก ๒ ปี ๖ เดือนตามพระราชบัญญัติเงินตราไนภาวะฉุกเฉิน(ฉบับที่ ๒) พ.ส.๒๔๘๕ มาตรา ๓ จัตวา แต่ไห้คืนเหรียนกสาปน์ของกลางไห้จำเลย โจทดีกาขอไห้ริบเหรียนกสาปน์ตามกดหมายลักสนะอาญา มาตรา ๒๘ สาลดีกาตัดสินว่า เงินของกลางชนิดนี้ไม่ไช่ทรัพย์ซึ่งกดหมายบัญญัติว่ามีไว้เปนความผิดตามมาตรา ๒๘ แพ่งกดหมายลักสนะอาญาและตามนัยแห่งคำพิพากสาดีกา ที่ ๖๒๖/๒๔๘๖ จึงพิพากสายืน.(ทิพปัญญา อ. บุปผเวส-ชม จามรมาน-ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ)ศาลชั้นต้น - นายนพ สุวรรนนากศาลอุทธรณ์ - นายอุปถัมภ์ สุนทรสูตแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ