ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1556/2497

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการขับไล่ผู้เช่าและการได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489

หลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอาศัยอำนาจทางกรรมสิทธิ์เป็นหลัก การที่โจทก์อ้างสัญญาเช่ามาในคำฟ้องเพื่อแสดงพฤติการณ์ที่จำเลยได้เข้าอยู่ในที่เช่าโดยการเช่าจากเจ้าของเดิม แม้สัญญาเช่าจะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วน บัดนี้ไม่มีสิทธิที่จะอยู่ต่อไป เพราะสัญญาเช่าสิ้นอายุและมิได้ต่ออายุสัญญาเช่าเดิมนั้น กับจำเลยไม่ได

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากโกดัง โดยกล่าวว่าจำเลยได้เช่าโกดังจากเจ้าของเดิม ครบอายุสัญญาเช่าแล้ว โจทก์ได้ซื้อโกดังจากเจ้าของเดิม จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะสัญญาเช่าใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย จำเลยยังมีอำนาจเช่าอยู่ต่อไป และจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า จำเลยเป็นนิติบุคคลปร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1556/2497นายร้อยตำรวจโหสุริยน ไรวาโจทก์บริษัทพาราฯจำเลย ป.วิ.พ. ม. 177, ม. 84 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากโกดังโดยกล่าวว่า จำเลยได้เช่าโกดังจากเจ้าของเดิม ครบอายุสัญญาเช่าแล้วโจทก์ได้ซื้อโกดังจากเจ้าของเดิม ดังนี้จำเลยย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ และโจทก์ฟ้องจำเลยได้โดยอาศัยอำนาจทางกรรมสิทธิ์เป็นหลัก ไม่ได้อาศัยสัญญาเช่า นิติบุคคลเช่าสถานที่ให้พนักงานของนิติบุคคลอยู่ ย่อมถือว่าเป็นกิจการส่วนหนึ่งเพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในทางการค้าของนิติบุคคล จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ อ้างฎีกาที่ 82/2494 จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อทรัพย์สินรายนี้จริงหรือไม่จำเลยไม่ทราบ ดังนี้ถือว่าไม่ใช่คำให้การปฏิเสธ จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องสืบถึงความข้อนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เช่าตึกโกดังจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีมีกำหนด ๑ ปี ต่อมาเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว โจทก์ได้ซื้อที่ดินรวมทั้งโกดังรายนี้จากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี และแจ้งให้จำเลยทราบการซื้อขายแล้ว โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย ๆ และบริวารไม่ยอมออกจากตึกโกดัง จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะสัญญาเช่าใช้ไม่ได้ตาม ก.ม. จำเลยยังมีอำนาจเช่าอยู่ต่อไป และจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอาศัยอำนาจทางกรรมสิทธิเป็นหลัก การที่โจทก์อ้างสัญญาเช่ามาในคำฟ้องเพื่อแสดงพฤติการณ์ที่จำเลยได้เข้าอยู่ในที่เช่าโดยการเช่าจากเจ้าของเดิม แม้สัญญาเช่าจะไม่ได้ปิดอากรแสตมป