ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1453 - 1454/2495

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้ว จะยกโทษปรับเสียได้หรือไม่ ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 23

หลักกฎหมาย

เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้ว จะยกโทษปรับเสียก็ได้ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 23

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกนายนิยมจำเลยฐานมีฝิ่นและมีมูลฝิ่นกับสูบฝิ่นนอกร้านฝิ่น มีกำหนด 7 เดือน ปรับ 600 บาท และปรับฐานมีกล้องสูบฝิ่นอีก 20 บาท โจทก์อุทธรณ์ว่าต้องปรับเรียงกระทงเป็นเงิน 900 บาท และต้องจำคุกฐานมีกล้องสูบฝิ่นด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะความผิดฐานมีกล้องสูบฝิ่น โดยให้จำคุก 5 วัน ปร

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1453 - 1454/2495อัยการแม่ฮ่องสอนโจทก์นายสำราญ รอดภัย , นายนิยม พันธ์กะจ่าจำเลย พ.ร.บ.ฝิ่น กฎหมายลักษณะอาญา ม. 11, ม. 23ความผิดฐานมีฝิ่น มูลฝิ่น เสพย์ฝิ่นนอกร้าน ตาม พ.ร.บ.ฝิ่นที่บัญญัติให้ลงโทษผู้กระทำผิด จำคุกและปรับนั้น เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้ว จะยกโทษปรับเสียก็ได้ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 23คดีมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะนายนิยมจำเลย ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกฐานมีฝิ่น และมีมูลฝิ่น กับสูบฝิ่นนอกร้านฝิ่น มีกำหนด ๗ เดือน ปรับ ๖๐๐ บาท ปรับฐานมีกล้องสูบฝิ่นอีก ๒๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ว่าต้องปรับเรียงกะทงเป็นเงิน ๙๐๐ บาท และต้องจำคุกฐานมีกล้องสูบฝิ่นด้วย เพราะจำเลยต้องโทษตาม พ.ร.บ.ฝิ่นมาแล้ว ศาลอุทธรณ์คงพิพากษาแก้เฉพาะความผิดฐานมีกล้องสูบฝิ่น โดยให้จำคุก ๕ วัน ปรับ ๒๐ บาท ให้ยกโทษจำเสีย นอกนั้นยืน โจทก์ฎีการขอให้ปรับจำเลยอย่างน้อยฐานมีฝิ่น ๕๐๐ บาท ฐานมีมูลฝิ่น ๒๐๐ บาท ฐานสูบฝิ่นนอกร้าน ๒๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๙๐๐ บาท ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยแล้ว จะยกโทษปรับเสียก็ได้ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๓ ฉะนั้นตามความเห็นของศาลล่างทั้ง ๒ ชอบแล้ว(นาถปริญญา-เลขวณิชธรรมวิทักษ์-ศิลปสิทธิวินิจฉัย)ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน - นายสุริยน สุวรรณ์ทรรตศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตรแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ