ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1525/2495

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิขอคืนที่ดินที่ถูกเวนคืนเมื่อไม่มีการตกลงค่าทำขวัญภายใน 5 ปี โดยมิใช่ความผิดของเจ้าของที่ดิน และที่ดินยังมิได้ถูกใช้ตามความประสงค์ในการเวนคืน รวมถ

หลักกฎหมาย

เมื่อไม่มีการตกลงเรื่องค่าทำขวัญภายใน 5 ปี โดยมิใช่ความผิดของเจ้าของที่ดิน และที่ดินนั้นมิได้เคยใช้หรือกำลังใช้ตามความประสงค์ในการเวนคืน เจ้าของที่ดินมีสิทธิได้รับคืนที่ดินตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ และการฟ้องนิติบุคคลโดยไม่ระบุชื่อผู้แทนไม่ทำให้ฟ้องไม่สมบูรณ์

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยคืนที่พิพาทให้โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนตาม พ.ร.บ. เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ โจทก์ยังไม่ได้รับค่าทำขวัญและล่วงเลยเกิน 5 ปี ที่ดินมิได้ถูกใช้ประโยชน์ตามความประสงค์ในการเวนคืน การไม่ตกลงค่าทำขวัญมิใช่ความผิดของโจทก์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1525/2495นางเนื่อง จำนงบูรณแพทย์โจทก์กระทรวงกลาโหมจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 172 ป.พ.พ. ม. 68, ม. 72 ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคีณอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ที่ดินที่ถูกเวนคืนตาม พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ นั้นเมื่อไม่มีการตกลงเรื่องค่าทำขวัญภายใน 5 ปี โดยมิใช่ความผิดของเจ้าของที่ดิน และทางฝ่ายรัฐบาลก็ยังไม่ได้เคยใช้ หรือกำลังใช้ที่ดินนั้นตามความประสงค์ในการเวนคืนนั้นแล้ว เจ้าของที่ดินนั้นย่อยมีสิทธิได้รับคืนที่ดินนั้น ที่ดินถูกเวนคืนตาม พ.ร.บ.เวนคืนอหังหาริมทรัพย์ ฯลฯ หลายเจ้าของด้วยกัน ถ้าที่ดินของใครมิได้ถูกใช้หรือถูกใช้แต่บางส่วน ก็ยังของคืนส่วนที่เหลือได้ การฟ้องนิติบุคคลเป็นจำเลยนั้นโจทก์เพียงแต่ระบุชื่อนิติบุคคลเป็นจำเลย ไม่ระบุชื่อบุคคลผู้แทนนิติบุคคลมาด้วย ก็ย่อมใช้ได้ เพราะนิติบุคคลย่อมมีผู้ดำเนินการอยู่ในตัวตามกฏหมายโจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทของโจทก์ถูกเวนคืนตาม พ.ร.บ เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ โจทก์ยังไม่ได้รับค่าทำขวัญจากจำเลย ซึ่งเป็นหน้าที่ผู้รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ บัดนี้ล่วงเลยมาเกิน ๕ ปี แล้ว ที่ดินของโจทก์มิได้เคยใช้ประโยชน์ในทางราชการทหาร อันเป็นความประสงค์-ในการเวนคืน โจทก์มีสิทธิได้คืนตามกฏหมาย จึงฟ้องขอให้จำเลยจัดการคืนที่ดินรายนี้ให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยยังไม่ได้เข้าครอบครองที่พิพาท เพราะยังไม่ตกลงกันเรื่องค่าทำขวัญ ฯลฯ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาต้องคืนให้จำเลยคืนที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ได้ความว่าฝ่ายโจทก์กับเจ้าของทีแปลงอื่นไม่รับตกลงค่าทำ