การรวมและแบ่งแยกโฉนดที่ดินก่อนได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดิน ทำให้ที่ดินยังไม่ตกอยู่ในภารจำยอม การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 และโจทก์ไม่ใ
ถนนซึ่งเป็นสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรรที่ดินจะตกอยู่ในภารจำยอมต่อเมื่อแผนผังและโครงการจัดสรรที่ดินได้รับอนุญาตแล้ว หากการรวมและแบ่งแยกโฉนดเกิดขึ้นก่อนได้รับอนุญาตจัดสรร ที่ดินยังไม่ตกอยู่ในภารจำยอม ผู้มีสิทธิขอรวมและแบ่งแยกโฉนดย่อมกระทำได้โดยชอบ และหากเจ้าพนักงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยไม่รุกล้ำที
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง
จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำขอรวมและแบ่งแยกโฉนดที่ดินเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2524 จำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ทำการรังวัดและแบ่งแยกที่ดินเสร็จสิ้นในเดือนธันวาคม 2524 และมกราคม 2525 ต่อมาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำขออนุญาตจัดสรรที่ดินเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2524 และได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2528 ที่ดินโฉนด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3644/2536นาง อรุณี วงศ์รัตนพงศ์โจทก์ร้อยเอก สุพนธ์ ชัยวิมล กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 157 ป.วิ.อ. ม. 2 (4) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30, ข้อ 32จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ยื่นคำขอรวมและแบ่งแยกโฉนดที่ดินภายหลังที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 296 ใช้บังคับ จำเลยที่ 4ถึงที่ 9 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้ทำการรังวัดและแบ่งแยกที่ดินเสร็จสิ้นก่อนที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นคำขออนุญาตและได้รับอนุญาตให้จัดสรรที่ดิน ที่ดินดังกล่าวจึงยังไม่ตกอยู่ในภารจำยอมจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีสิทธิที่จะขอรวมและแบ่งแยกโฉนดและจำเลยที่ 3ถึงที่ 9 ก็มีสิทธิที่จะดำเนินการรวมและแยกโฉนดตามคำขอของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามอำนาจหน้าที่ของตนที่มีอยู่ได้ แม้ที่ดินที่เป็นถนนตามโฉนดดังกล่าวเมื่อรวมและแบ่งแยกแล้วจะมีเนื้อที่ลดน้อยลงกว่าเดิม และโจทก์ไม่ได้รับแจ้งให้ไประวังแนวเขตที่ดินขณะทำการรังวัด แต่เมื่อเจ้าพนักงานไม่ได้รังวัดที่ดินรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหาย โจทก์ย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยดังกล่าวได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,83, 84, 86ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่า การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2ยื่นคำร้องขอรวมโฉนดและแบ่งแยก และจำเลยที่ 4 ถึงที่ 9 ได้ดำเนินการตั้งแต่การรังวัดเพื่อรวมและแบ่งแยกโฉนดที่ดินในนามเดิมตามคำขอของจำเลยที่ 1 และที่ 2 จนออกมาเป็นโฉนดที่ดินตามเอกสารหมายจ.17 และ จ.18 อันมีผ