ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3738/2536

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมและการจ่ายค่าชดเชย เงินสมทบ เงินสะสม และค่าเสียหาย

หลักกฎหมาย

การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหมายถึงการเลิกจ้างโดยไม่มีสาเหตุหรือมีสาเหตุแต่ไม่จำเป็นหรือสมควรถึงกับเลิกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าร่วมกันลักทรัพย์และให้การรับสารภาพ ทำให้จำเลยระแวงสงสัยและไม่ไว้วางใจ ถือเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรและเป็นธรรม แม้ต่อมาคดีอาญาจะยุติก็ไม

คำวินิจฉัย

จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสาม แต่ต้องจ่ายค่าชดเชย เงินสมทบ เงินสะสม พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามเนื่องจากบริษัท ฮ. ซึ่งเป็นลูกค้าของจำเลยแจ้งความดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสามในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และในชั้นจับกุมโจทก์ทั้งสามให้การรับสารภาพ ต่อมาพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องโจทก์ที่ 1 และศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 และที่ 3 จำเลยให้การต่อสู้เพียงประเด็นเดียวว่าโจทก์ทั้งสามฝ่าฝืนข

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3738/2536นาย สม ชาย บุญ เผือกโจทก์บริษัท ฮิตาชิ ทรานสปอร์ต ซิส เต็ม ( ประเทศ ไทย ) จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 224 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมนั้นย่อมหมายความถึงการที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่มีสาเหตุหรือแม้จะมีสาเหตุบ้างแต่ก็ไม่ใช่สาเหตุที่จำเป็นหรือสมควรจะต้องถึงกับเลิกจ้างลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามก็เนื่องจากบริษัท ฮ. ซึ่งเป็นลูกค้าของจำเลยแจ้งความดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสามกับพวกในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ของบริษัทไป อีกทั้งในชั้นจับกุม โจทก์ทั้งสามก็ให้การรับสารภาพ พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมทำให้จำเลยมีความระแวงสงสัยและไม่ไว้วางใจโจทก์ทั้งสาม จำเลยย่อมมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามได้ และถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควรและเป็นธรรม แม้ต่อมาพนักงานอัยการจะสั่งไม่ฟ้องโจทก์ที่ 1 และศาลจะพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 และที่ 3 ก็หามีผลทำให้การเลิกจ้างของจำเลยกลับเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมไม่ เมื่อจำเลยให้การต่อสู้เพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์ทั้งสามได้ฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยในข้อที่ว่า "ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่บริษัท""จงใจทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย"และ "ลูกจ้างต้องไม่ลักทรัพย์หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นลักทรัพย์ของบริษัท หรือของผู้อื่นภายในบริเวณบริษัท" เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในคดีที่โจทก์ทั้งสามถูกกล่าวหาว่า โจทก์ทั้งสามร่วมกันลักทรัพย์นั้น พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องโจทก์ที่ 1 และศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 2 และที่ 3 จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสามได้ฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยดังกล่าว กรณีไม่ต้องด้วยประกาศ