การริบของกลางในความผิดฐานไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าวสารตามประกาศในภาวะคับขัน ควรริบทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนที่เกิน
ข้าวสารทั้ง 180 กิโลกรัมเป็นจำนวนที่ต้องแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ เมื่อจำเลยไม่แจ้งก็ต้องเป็นความผิดทั้งหมด จะแยกเป็นส่วนไม่ได้
พิพากษายืน ให้ริบข้าวสารของกลางทั้งหมด 180 กิโลกรัม
จำเลยมีข้าวสาร 180 กิโลกรัม โดยไม่แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ ซึ่งกำหนดให้ผู้ครอบครองข้าวสารเกิน 100 กิโลกรัมต้องแจ้ง ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ริบข้าวสารของกลางทั้งหมด 180 กิโลกรัม จำเลยฎีกาว่าควรริบเพียง 80 กิโลกรัม ซึ่งเป็นจำนวนที่เกิน 100 กิโลกรัม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1097/2492อัยยการจันทบุรีโจทก์นางรัตน์ วะสิโนล. พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน พ.ศ.2488 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 27.จำเลยมีข้าวสาร 180 กิโลกรัม โดยไม่แจ้งปริมาณข้าวสารทั้งหมดเป็นจำนวนที่ต้องแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ เมื่อจำเลยไม่แจ้ง ก็ต้องเป็นความผิดทั้งหมด ต้องริบข้าวสารทั้งหมด จะแยกเป็นส่วนไม่ได้.คดีมาสู่ศาลฎีกาฉะเพาะเรื่องการริบข้าวสารของกลาง ซึ่งโจทก์หา จำเลยให้การรับสารภาพ คดีฟังได้ว่า คณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ ประกาศให้ผู้เป็นเจ้าของครอบครองข้าวสารมีประมาณเกินกว่า ๑๐๐ กิโลกรัมให้ไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ จำเลยมีข้าวสาร ๑๘๐ กิโลกรัม ไม่ไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บตามกำหนด ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกัน ให้ริบข้าวสารของกลางทั้งหมด ๑๘๐ กิโลกรัม จำเลยฎีกาว่า ควรริบแต่ ๘๐ กิโลกรัม เป็นจำนวนที่เกินและเกิดเป็นความผิด ศาลฎีกาเห็นว่า ข้าวสารทั้ง ๑๘๐ กิโลกรัมเป็นจำนวนที่ต้องแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ เมื่อจำเลยไม่แจ้งก็ต้องเป็นความผิดทั้งหมด จะแยกเป็นส่วนไม่ได้ พิพากษายืน.(นาถปริญญา-ธรรมบัณฑิต-นาถปรีชา)ศาลจังหวัดจันทบุรี - ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยทรรศน์ปฏิภาณแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ