สัญญากู้เงินและมอบที่นาให้ยึดถือเป็นประกันและทำกินต่างดอกเบี้ยมีลักษณะเป็นการขายฝากหรือไม่ และเมื่อพ้น 10 ปีแล้ว โจทก์มีสิทธิไถ่คืนหรือไม่
สัญญาที่มีลักษณะเป็นการขายฝากซึ่งทำและปฏิบัติกันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ต้องบังคับตามประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ. 118 เมื่อพ้น 10 ปีแล้ว ผู้ขายฝากจะไถ่ถอนคืนไม่ได้
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น
นายเกล้าทำสัญญากู้เงินจำเลย 250 บาท เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2462 และมอบที่นาพิพาทให้จำเลยยึดไว้เป็นประกันเงินกู้และทำกินต่างดอกเบี้ย โดยสัญญาทำต่ออำเภอโดยชอบ ต่อมาเมื่อเดือน 10 ปี พ.ศ. 2490 นายเกล้าให้โจทก์นำเงินไปชำระและขอรับนาคืน แต่จำเลยปฏิเสธ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2492นางกลิ่น (หม้าย) โดยได้รับมอบอำนาจจากนายเกล้าบิดาโจทก์นายแดง บุษยากุลล. ประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118 ป.พ.พ. ม. 491, ม. 640.โจทก์ทำกรมธรรม์สัญญาลงวันที่ 9 ธันวาคม 2462 ที่อำเภอกู้เงินจำเลย และมอบที่นาพิพาทให้จำเลยยึดไว้ เป็นประกันเงินกู้และทำกินต่างดอกเบี้ย การปฏิบัติระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ดังกล่าวมานี้มีลักษณะเช่นเดียวกับการขายฝาก และเป็นเวลาก่อนใช้ ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ 3 จึงต้องบังคับตามประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ. 118 เมื่อพ้น 10 ปี ลูกหนี้คือโจทก์ไถ่คืนมิได้.โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๖๖ นายเกล้ากู้เงินจำเลย ๒๕๐ บาท มอบที่นาให้ทำต่างดอกเบี้ย เมื่อเดือน ๑๐ ปี พ.ศ. ๒๔๙๐ นายเกล้าได้ให้โจทก์นำเงินไปชำระและขอรับนาคืน จำเลยปฏิเสธ จึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การต่อสู้ว่า การกู้เงินตามฟ้องเป็นหนี้คนละเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับหนี้เดิมและนารายพิพาทแต่อย่างใด ทั้งนายเกล้าได้ใช้จำเลยเสร็จแล้ว ศาลชั้นต้นพิจารณาพะยานโจทก์ฝ่ายเดียวโดยจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แล้วพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยรับต้นเงิน ๒๕๐ บาท คืนนาพิพาทให้โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นารายพิพาทตกอยู่ในความครอบครองของจำเลย โดยกรมธรรม์สัญญาลงวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๔๖๒ ซึ่งทำต่ออำเภอท้องที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ในสัญญามีข้อกำหนดให้ลูกหนี้ (นายเกล้า) มอบที่นาให้เจ้าหนี้ (คือจำเลย) ยึดไว้เป็นประกันเงินกู้ และโจทก์ยอมรับว่า นายเกล้าได้มอบนาพิพาทให้จำเลยยึดไว้เป็นประกันทำกินต่างดอกเบี้ยตลอดมาจนบัดนี้ ตามแบบแห่งสัญญาซึ่งเป็นกรมธรรม์ อันมีข้อกำหนดและการปฏิบัติในระหว่างเจ้าหนี้ลูกหนี้ดังกล่าวนี้ มีลักษณะเป็นเช่นเดียวกับการข