ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1354/2492

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาซื้อขายที่ดินที่ไม่มีหนังสือสำคัญและทำเป็นหนังสือกันเอง สมบูรณ์เป็นสัญญาจะขายตามมาตรา 136 ป.พ.พ.

หลักกฎหมาย

ตามพฤติการณ์แห่งรูปคดี สันนิษฐานได้ว่าถ้าคู่กรณีรู้ว่าหนังสือสัญญาไม่สมบูรณ์เป็นสัญญาซื้อขาย ก็คงจะตั้งใจให้สมบูรณ์เป็นสัญญาจะขาย และจะมาทำพิธีโอนให้ภายหลัง โดยผู้ขายได้แสดงเจตนาหลายประการ เช่น มอบการครอบครองให้จำเลย และให้จำเลยลงชื่อในใบไต่สวน กรณีเข้าลักษณะตามมาตรา 136 ป.พ.พ.

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้โจทก์ทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 1

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่พิพาทเป็นที่ว่างไม่มีหนังสือสำคัญ แต่อยู่ริมถนนหลวงในเขตเทศบาล มีบ้านเรือนโดยรอบ จึงมีลักษณะเป็นที่บ้าน บิดาโจทก์ทำสัญญาขายที่พิพาทให้จำเลยโดยทำหนังสือกันเอง ลงชื่อจำเลยในใบไต่สวนเพื่อรับโฉนดภายหลัง และมอบการครอบครองให้จำเลยโดยเปิดเผยเป็นเวลา 4 ปี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1354/2492นายจำรัส คงเจริญ ที่ 1, นางเกลื่อนมารดาและนางสาวประคอง บุตร ที่ 2โจทก์นายฉลอง สุวรรณโชติ ที่ 1, นายช้อน สุวรรณโชติ ที่ 2ล. ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ม. 136, ม. 453, ม. 454, ม. 456, ม. 1382.ที่พิพาทเป็นที่ว่างยังไม่ได้มีการปลูกสร้าง และไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน แต่ปรากฎว่าอยู่ริมถนนหลวงในเขตต์เทศบาลและมีบ้านเรือนปลูกอยู่แล้วโดยรอบที่นี้ จึงมีลักษณะเป็นที่บ้าน. บิดาโจทก์ได้ทำสัญญาขายที่พิพาทซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ให้แก่จำเลย ทั้งยังได้ลงชื่อจำเลยไว้ในใบไต่สวนเพื่อรับโฉนดในภายหลัง และมอบให้จำเลยครอบครองโดยเปิดเผย ดังนี้ ตามพฤตติการณ์แห่งรูปคดีเป็นที่พึงสันนิษฐานได้ว่า ถ้าคู่กรณีได้รู้ว่าหนังสือสัญญานี้ไม่สมบูรณ์เป็นสัญญาซื้อขาย ก็คงจะได้ตั้งใจให้สมบูรณ์ เป็นสัญญาจะขาย กรณีเข้าลักษณะตามบทบัญญัติแห่ง ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 136.โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินบ้านแปลงหนึ่งเป็นของ ร.ต.ต.นุ่มบิดาโจทก์ บัดนี้ ร.ต.ต.นุ่มวายชนม์แล้ว จำเลยที่ ๑ ประกาศขอโอนขายให้แก่จำเลยที่ ๒ และขอให้ศาลแสดงว่าที่บ้านรายนี้เป็นของ ร.ต.ต.นุ่ม และตกเป็นมฤดกได้แก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นที่มือเปล่า ร.ต.ต.นุ่มได้ขายให้แก่จำเลยที่ ๑ และยังได้นำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดใส่ชื่อจำเลยที่ ๑ ไว้ในใบไต่สวนเพื่อรับโฉนดในภายหลัง ทั้งมอบให้จำเลยเข้าครอบครองโดยเปิดเผยเป็นเวลา ๔ ปี จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิตามกฎหมาย และฟ้องแย้งขอศาลบังคับให้โจทก์ทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิให้แก่จำเลยที่ ๑ ด้วย โจทก์แก้ฟ้องแย้งว่า สัญญาที่จำเลยอ้างเป็นสัญญาปลอม มิฉะนั้นเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๔๕๖ จำเลยใช้สิทธิครอบครองไม่ถึง ๑๐ ปีไม่ได้กรรมสิทธิ นางเกลื่อน , นางสาวประคองภริยาและบุตรี ร.ต.ต.นุ