ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803 - 804/2491

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803 - 804/2491นายทอง นิลกาญจน์โจทก์นายขวัญแก้ว นิ่มจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 135, ม. 136, ม. 456, ม. 654, ม. 655, ม. 1382. พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 สัญญาที่ทำขึ้นใหม่เอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมเข้าเป็นต้นเงินนั้น เป็นกรณีย์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 655 วรรคต้น ไม่ใช่สัญญาแปลงหนี้ โจทก์จำเลยตกลงทำสัญญาใหม่ ยกดอกเบี้ยที่ติดค้างมารวมกับต้นเงินเป็นหนี้จำนวน 160 บาท โดยเอาส่วนให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย และมีข้อสัญญาว่า ถ้าโจทก์ไม่ชำระเงิน 160 บาท แก่จำเลยภายในกำหนด 1 ปี โจทก์ยอมโอนสวนรายพิพาทให้แก่จำเลย เมื่อปรากฏว่า ดอกเบี้ยที่เอามารวมในสัญญา ผิด พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา 2475 สัญญาตกเป็นโมฆะ โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินคืนได้ ในเมื่อจำเลยครอบครองไม่ถึง 10 ปีโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำหนังสือกู้ยืมเงินจำเลย และมอบสวนทุเรียนให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย โจทก์ได้ไปขอชำระหนี้แก่จำเลย ๆ ไม่ยินยอม จึงฟ้องขอให้จำเลยรับเงินและคืนสวนทุเรียน จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ยอมให้สวนพิพาทเป็นของจำเลย ๆ เข้าครอบครองปลูกต้นผลไม้เพิ่มเติม โจทก์+ไม่มีสิทธิจะเอาคืน ขอให้บังคับโจทก์โอนขายสวนพิพาทให้แก่จำเลยตามสัญญา ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กู้เงินจำเลย ๔๐ บาท ทำสัญญาให้ดอกเบี้ยเดือนละ ๒ บาท ดอกเบี้ยค้างเป็นเงิน ๑๑๐ บาท จึงได้ตกลงทำสัญญาใหม่รวมต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเงิน ๑๖๐ บาท เอาส่วนรายพิพาทกให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย ถ้าพ้นกำหนด ๑ ปี ไม่ชำระหนี้ โจทก์ยอมโอนสวนรายพิพาทให้จำเลยถือสิทธิเด็ดขาดไม่เอาเงินขึ้น และเมื่อโอนสวนรายพิพาทแล้ว ก็หมดหนี้สินกัน ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญาฉะบับหลังเป็นสัญญารับสภาพหนี้ แม้ดอกเบี้ยมารวมจะผิดกฎหมาย หากจะถือว่าใช้ไม่ไ