ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2489

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2489อัยยการเชียงรายโจทก์นายก้าน ปัทมเทศจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 329, ม. 330 ป.พ.พ. ม. 5 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าทั้ง 3 ฉะบับควบคุมการเช่าเคหะเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นใหญ่ หากเช่าเพื่อประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหะกรรมเป็นใหญ่และใช้เป็นที่อยู่ด้วยเป็นส่วนอุปกรณ์แล้ว ไม่อยู่ในความควบคุม การที่จะรู้ว่าการเช่ารายใดอยู่ในความควบคุมหรือไม่ ต้องพิเคราะห์วัตถุที่ประสงค์ของการเช่าเป็นราย ๆ ไป การขนของเข้าไปไว้ใต้ถุนทรัพย์ที่เช่าและเข้าไปนอนเฝ้าภายหลังที่สัญญาเช่าสิ้นอายุ และบอกเลิกสัญญาเช่าแล้วนั้น เป็นการใช้สิทธิ์โดยสุจริตไม่มีผิดฐานบุกรุกข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยให้นายธนิตผู้แทนสหกรณ์เช่าบ้านของจำเลยในเขตต์เทศบาล ค่าเช่าเดือนละ ๔๐ บาท โดยมีข้อสัญญาว่า "สำหรับใช้เป้นที่ทำการสหกรณืและที่พักสหกรณ์" ก่อนสิ้นสัญญาเช่า ๒ เดือนจำเลยมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่า ฝ่ายนายธนิตไม่ยอม หลังจากครบสัญญา ๕ วัน จำเลยขนเครื่องเรือนเข้าไปไว้ในใต้ถุนที่ทำการสหกรณ์และที่ระเบียงเรือนหลังเล็ก เวลากลางคืนจำเลยก็ขึ้นไปนอนที่ระเบียงเรือนหลังเล็กอยู่เรื่อย ๆ มาราว ๘ วัน จำเลยจึงขนของออกไปหมด โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกตาม ม.๓๒๙,๓๓๐ และตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ๒๔๘๖ ม.๕,๙,๑๔ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามฟ้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่า พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าทั้ง ๓ ฉะบับประสงค์ควบคุมการเช่าเคหะเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย หาใช่ควบคุมการเช่าเคหะเพื่อการค้าไม่กล่าวคือถ้าการเช่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยเป็นประธาน และประกอบธุระกิจการค้าหรืออุตสาหะกรรมเป็นส่วนอุปกรณ์แล้วอยู่ในความควบคุม ถ้ามีวัตถุประ