ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 353 - 360/2507เทศบาลเมืองชุมแสง โดยนายเปรื่อง บุญเดชนายกเทศมนตรีเมืองชุมแสงนางบุญลือ แสงไชย (หม้าย) กับจำเลยอื่นอีกรวม 8 สำนวนจำเลย ป.พ.พ. ม. 1305 พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำสยาม พ.ศ.2456 ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304 นั้น การที่จะตีความว่า ถ้าที่ใดเป็นที่ชายตลิ่งแล้วย่อมเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินเสมอไปนั้น ย่อมไม่ถูกต้อง เพราะจะต้องมีสภาพเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันด้วย จำเลยปลูกอาคารลงในที่ดินของจำเลยแม้ภายใต้อาคารนั้นถูกน้ำเซาะพังลงกลายสภาพเป็นที่ชายตลิ่ง แต่จำเลยก็ยังใช้สิทธิแห่งความเป็นเจ้าของ คงครอบครองอาคารและที่ดินนั้นอยู่ มิได้ทอดทิ้งปล่อยให้เป็นที่ชายตลิ่งสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันแล้ว ที่พิพาทนั้นยังหาเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่. (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2507).คดีทั้ง ๘ สำนวนนี้ ศาลชั้นต้นได้รวมการพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๘ สำนวนต่างปลูกอาคารรุกล้ำในที่ชายตลิ่งแม่น้ำน่านซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของโจทก์เป็นการปลูกรุกล้ำที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ทำให้โจทก์และประชาชนเสียหาย ขอให้บังคับรื้อถอน จำเลยทั้ง ๘ สำนวนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า สภาพที่ดินของจำเลยทั้ง ๘ สำนวนเป็นที่ชายตลิ่งดังที่ โจทก์อ้างจริง แต่หาเข้าลักษณะสาธารสมบัติของแผ่นดินไม่ จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้ง ๘ สำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้ง ๘ สำนวนฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่าตามบทบัญญัติที่ปรากฎในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔ นั้น การที่จะตีความเอกว่า ถ้าที่ใดเป็นที่ชายตลิ่งแล้วย่อมเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินเสมอไปนั้นเป็นการตีความที่ไม่ถูก