ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2491พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุลจักรพงศ์ โดย นายสถิตย์ นิยมศิลป์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายงี่เหล็ง แซ่แต้จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.พ.พ. ม. 421.เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ พ.ศ. 2489 และ 2490 แล้ว การที่อยู่ต่อมาย่อมเป็นการอยู่โดยละเมิด จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ทั้ง 2 ฉบับมาคุ้มครองหาได้ไม่ ตึก 2 เลขที่ซึ่งอยู่ติดต่อกันแต่ฟ้องของโจทก์และสัญญาท้ายฟ้องซึ่งระบุสิ่งของซึ่งมีอยู่ในตึกรายนี้แยกเป็นคนละตึก แสดงว่าตึก 2 เลขหมายเป็นเคหะ ไม่มีข้อความใด ๆ ที่แสดงว่าเป็นเคหะเดียวกัน แม้ตึกรายนี้ติดต่อกัน ทำสัญญาฉบับเดียวกัน และกำหนดค่าเช่ารวมกัน ก็มิใช่แสดงว่าตึกที่เช่าเป็นเคหะเดียวกันเสมอไป เมื่อโจทก์แสดงไม่ได้ว่าตึกที่เช่าเป็นเคหะเดียว และมีค่าเช่าเกิน 40 บาทแล้ว ก็ต้องตกอยู่ในความคุ้มครองแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2486 มาตรา 5.โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า ๔ คูหา หมายเลข ๒๘/๑๑๔, ๓๐/๑๑๓, ๔๒/๑๐๗, ๑๒/๕๒ จำเลยให้การต่อสู้ว่าได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ศาลชั้นต้นเห็นว่าห้องเลขที่ ๒๘/๑๑๔, ๓๐/๑๑๓, ๑๒/๕๒ จำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ส่วนห้องเลขที่ ๔๒/๑๐๗ ไม่มีสภาพเป็นที่อยู่อาศัย ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พิพากษาขับไล่จำเลยออกจากห้องเลขที่ ๔๒/๑๐๗ กับขอให้ชำระค่าเช่าจนกว่าจะออกจากห้องที่เช่า นอกนั้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์, จำเลยฎีกา สำหรับฎีกาของจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าห้องเลขที่ ๔๒/๑๐๗ สิ้นสุดลงก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ.๒๔๘๙, ๒๔๙๐ แล้ว การที่จำเลยอยู่