ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1216/2491

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1216/2491พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ โดย นายสถิตย์ นิยมศิลป์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายจิ้งเจง แซ่แต้จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.พ.พ. ม. 1336, ม. 544.เมื่อศาลพิพากษาว่าสัญญาเช่าที่ดินระหว่างเจ้าของที่ดินกับผู้เช่าระงับไปแล้ว เมื่อผู้เช่าสามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปได้เมื่อใด ก็ให้จัดการรื้อไปย่อมแสดงว่า ผู้เช่าไม่มีสิทธิที่จะใช้ที่ดินของโจทก์เป็นที่สำหรับปลูกสร้างต่อไปแล้ว ส่วนการที่ผู้เช่าจะรื้อถอนไปเมื่อใดนั้น เป็นเรื่องของการบังคับคดี เมื่อผู้เช่าที่ดินจากเจ้าของที่ดิน แล้วมาปลูกบ้านให้คนเช่าหมดสิทธิในที่ดินแล้ว ผู้เช่าที่ดินก็ย่อมไม่มีสิทธิจะให้ผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินที่เช่านั้นต่อไป จำเลยเป็นผู้เช่าเรือนโรงไปจากผู้เช่าที่ดินของโจทก์นั้น ไม่ใช่เป็นผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงที่ดินจากโจทก์ ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันความว่า นางลำใยได้เช่าที่ดินของโจทก์แล้วปลูกสร้างโรงเรือนเก็บค่าเช่า จำเลยได้เช่าอาศัยอยู่ในห้องที่นางลำใยปลูกขึ้นนี้ ต่อมาโจทก์ฟ้องนางลำใยขอเลิกสัญญาเรียกที่ดินคืน และขอห้ามอย่าให้จำเลย (นางลำใย) เข้ามาในสถานที่เช่า หรือเก็บผลประโยชน์รายได้ในสถานที่เช่าต่อไป คดีนั้น ศาลพิพากษาว่า โจทก์กับนางลำใยตกลงเลิกสัญญาเช่ากัน แต่ผู้เช่าของนางลำใยไม่ยอมออก เพราะอยู่โดยมีสิทธิตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ การที่นางลำใยจำเลยไม่สามารถรื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินได้ จึงกลายเป็นการชำระหนี้พ้นวิสัย จะบังคับจำเลย(นางลำใย)มิได้ จึงพิพากษาว่าในระหว่างทำการรื้อถอนไม่ได้ ห้ามมิให้จำเลย (นางลำใย) เก็บผลประโยชน์รายได้ คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ ขอให้ศาลบังคับอย