ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2491

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2491นางทองสุข ชาญพินิจโจทก์นางชม ที่ 1 ,นายชิต ที่ 2, นางเซ็งเหลียง ที่ 3จำเลย ป.วิ.พ. ม. 1 (12), , ม. 56, ม. 248.จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นหญิงมีสามี ไม่อาจดำเนินคดีฟ้องร้องโดยลำพังตนเองได้เท่านั้น จำเลยไม่ได้คัดค้านว่า ไม่ได้รับอนุญาตจากสามี หรือหนังสืออนุญาตใช้ไม่ได้เพราะเหตุใด เมื่อศาลพอใจในความสามารถของโจทก์ตามหนังสืออนุญาตของสามีโจทก์ที่ติดมาท้ายฟ้องแล้ว เป็นอันฟังได้ว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องคดี ไม่จำเป็นต้องนำสืบอีก โจทก์บรรยายฟ้องเรื่องทางจำเป็นและมีคำขอเรื่องภาระจำยอมอยู่ท้ายฟ้อง แต่โจทก์มิได้บรรยายในฟ้องว่า เป็นภาระจำยอมเพราะเหตุใด ย่อมต้องถือว่าโจทก์ฟ้องคดีในเรื่องทางจำเป็นอย่างเดียว แม้เจ้าของที่ดิน ซึ่งตกอยู่ในที่ล้อมจะมีทั้งสิทธิที่จะผ่านที่ดินของผู้อื่นและทำหน้าที่ชดใช้ค่าทดแทนให้แก่เขาก็ดี มาตรา 1349 ไม่ได้บังคับให้บังคับให้ปฏิบัติหน้าที่เสียก่อนแล้วจึงใช้สิทธิได้ ฉะนั้นเมื่อ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเรียกค่าทดแทนยังไม่เรียกร้องเอาค่าทดแทนขึ้นมาในคดีนี้ คดีก็ไม่มีประเด็นที่จะให้ศาลวินิจฉัยถึง. ( อ้างฎีกา 311/89 )โจทก์ฟ้องว่าที่ดินของโจทก์อยู่ในที่ปิดล้อมของที่สวนแปลงอื่นๆ ไม่มีทางเดินออกสู่ทางสาธารณะ โจทก์ได้อาศยที่ดินของจำเลยที่ ๑,๒ ซึ่งเป็นที่สวนเดินออกสู่ทางสาธารณะอันเป็นทางลัดและใกล้ เป็นเวลา ๕ ปีเศษ บัดนี้จำเลยทั้งสามสมคบกันทำรั้วปิดกั้นทางเดินและชักสะพานเสีย โจทก์ได้ขอร้องให้จำเลยเปิดทางตามเดิม จำเลยปฏิเสธ จึงขอให้บังคับจำเลยทั้ง ๓ รื้อสิ่งปิดกั้นไว้เปิดทางให้โจทก์เดินออกสู่ทางสาธารณะตามเดิม และขอให้ศาลแสดงว่า ที่ดินจำเลยที่ ๑,๒ ตกอยู่ในภาระจำซึ่งจำต้องเปิดทางให้โจทก์เดินตลอดไป จำเลยให้การว่าที่โจทก์มี