ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2481อัยยการนครปฐมโจทก์นายซิวเลี้ยง แซ่ตังจำเลย พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 ม. 22, ม. 32, ม. 47, ม. 53 พ.ร.บ.ฝิ่น (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2481 ป.วิ.อ. ม. 192ไม่ว่ามีฝิ่นหรือมูลฝิ่นอันผิดด้วยกฎหมายไว้ในครอบครองมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ฝิ่นบัญญัติให้ถือเอาราคาฝิ่นที่รัฐบาลขายตั้งเป็นเกณฑ์คำนวณค่าปรับเสมอไป อ้างฎีกาที่ 790/2474,+23/2476และ389/2476 โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้วัตถุ+เจือปนฝิ่นของรัฐบาลทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเอาวัตถุอื่นเจือปนจริงแต่ไม่แน่ว่าเจือปนกับฝิ่นหรือมูลฝิ่นดังนี้ ไม่เรียกว่าทางพิจารณาแตกต่างกับฟ้องโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้รับอนุญาตตั้งร้านจำหน่ายฝิ่น ใช้วัตถุอื่นเจือปนฝิ่นของรัฐบาลเป็นการปรุงฝิ่นขึ้นใหม่ให้ผิดจากสภาพเดิม ขอให้ลงโทษ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเอาฝิ่นเจือปนกับวัตถุของกลางแต่ทางพิจารณาได้ความว่ามีฝิ่นหรือมูลฝิ่นเจือปนอยู่ด้วย ซึ่งไม่แน่ว่าเป็นฝิ่นเจือปนดังฟ้องเพราะอาจเป็นมูลฝิ่นก็ได้ เมื่อเช่นนี้ต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์ตาม ม.๑๙๒ แห่งประมวลวิธีพิจารณาอาญา ศาลฎีกาตัดสินว่าตามคำพะยานโจทก์คงเป็นอันฟังได้ว่าวัตถุของกลางนี้มีฝิ่นเจือปนดังโจทก์หา ส่วนฝิ่นที่เจือปนนั้นจะเป็นฝิ่นสุกที่ยังไม่ได้สูบหรือมูลฝิ่นก็คงเป็นธาตุฝิ่นอยู่นั่นเอง และการลงโทษผู้กระทำผิดที่ใช้ฝิ่นหรือมูลฝิ่นเจือปนวัตถุอื่นนั้นตาม พ.ร.บ.ฝิ่น ม.๕๓ ก็เอาราคาฝิ่นเป็นเกณฑ์คำนวณค่าปรับเหมือนกัน ไม่ได้แยกเป็นราคาฝิ่นหรือมูลฝิ่น ทั้งโจทก์อ้าง ม.๒๒,๓๒,๔๗,๕๘ ซึ่งบัญญัติห้ามเรื่องฝิ่นและมูลฝิ่นเจือปนมาในฟ้องด้วยจึงเห็นว่าข้อเท็จจริง ที่ได้ความตามทางพิจารณาไม่ต่างกับในฟ้อง จำเลยต้องมีผิดฐานมีฝิ่นหรือมูลฝิ่นเจือปนตาม พระราชบัญญัติฝิ่น ส่วนที่ศาลชั้นต้นให